สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ว่า นายโทมัส ดิแนนโน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐด้านการควบคุมอาวุธ กล่าวต่อที่ประชุมสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่าด้วยการปลดอาวุธ ที่เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ ว่าจีนทำการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ รวมถึงการเตรียมทดสอบที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงถึง “หลายร้อยตัน”


ทั้งนี้ ดิแนนโนยืนยันว่า จีนดำเนินการทดสอบนิวเคลียร์ “แบบที่ก่อให้เกิดแรงระเบิด” ครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2563 โดยกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) พยายามปกปิดกิจกรรมดังกล่าว ด้วยวิธีการทำให้เกิดการสั่นสะเทือนแยกออกจากชั้นหิน เพื่อลดประสิทธิภาพของระบบตรวจวัดแผ่นดินไหว ทำให้การตรวจจับการระเบิดทำได้ยากขึ้น


การเปิดเผยดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งเคยเปรยถึงข้อกล่าวหานี้ โดยทรัมป์ประกาศเมื่อวันที่ 31 ต.ค. ปีที่แล้ว ว่ารัฐบาลวอชิงตันจะเริ่มทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ “ในระดับที่เท่าเทียมกัน” กับรัสเซียและจีน แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ลงรายละเอียด ว่าจะเป็นการทดสอบรูปแบบใด


อนึ่ง สนธิสัญญาลดอาวุธทางยุทธศาสตร์ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “นิว สตาร์ต” (NEW START) ซึ่งถือเป็นกรอบความร่วมมือระดับทวิภาคีด้านนิวเคลียร์ ที่กำหนดข้อจำกัดสุดท้ายสำหรับสองมหาอำนาจนิวเคลียร์ใหญ่ที่สุดในโลก คือรัสเซียและสหรัฐ หมดอายุเมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา


ดิแนนโนกล่าวว่า รัสเซียละเมิดข้อตกลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้สหรัฐจำเป็นต้องเรียกร้องให้มีโครงสร้างใหม่ “ที่ตอบโจทย์กับภัยคุกคามในปัจจุบัน ไม่ใช่ภัยคุกคามจากยุคสมัยที่ผ่านพ้นไปแล้ว” และกล่าวว่า จีนควรมีส่วร่วมกับการเจรจากรอบข้อตกลงฉบับใหม่ด้วย แต่รัฐบาลปักกิ่งยังคงปฏิเสธ เนื่องจากขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ของจีนยังห่างไกลจากระดับของรัสเซียและสหรัฐ


สำหรับสนธิสัญญานิว สตาร์ต นั้น ลงนามครั้งแรกเมื่อปี 2553 จำกัดให้รัสเซียและสหรัฐมีหัวรบนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ที่ติดตั้งพร้อมใช้งานได้ไม่เกิน 1,550 หัวรบ ซึ่งเป็นการลดจำนวนลงเกือบ 30% จากขีดจำกัดเดิมที่เคยกำหนดไว้เมื่อปี 2545.

เครดิตภาพ : AFP