สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ว่า นายโทมัส ดิแนนโน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐด้านการควบคุมอาวุธ กล่าวต่อที่ประชุมสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่าด้วยการปลดอาวุธ ที่เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ ว่าจีนทำการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ รวมถึงการเตรียมทดสอบที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงถึง “หลายร้อยตัน”
…almost all of the U.S. deployed nuclear forces were subject to New START while only a fraction of Russia's much larger stockpile was…exactly zero Chinese nuclear weapons were covered by New START. @mfa_russia @MFA_CPC (2/6)
— Under Secretary of State Thomas G. DiNanno (@UnderSecT) February 6, 2026
ทั้งนี้ ดิแนนโนยืนยันว่า จีนดำเนินการทดสอบนิวเคลียร์ “แบบที่ก่อให้เกิดแรงระเบิด” ครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2563 โดยกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) พยายามปกปิดกิจกรรมดังกล่าว ด้วยวิธีการทำให้เกิดการสั่นสะเทือนแยกออกจากชั้นหิน เพื่อลดประสิทธิภาพของระบบตรวจวัดแผ่นดินไหว ทำให้การตรวจจับการระเบิดทำได้ยากขึ้น
การเปิดเผยดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งเคยเปรยถึงข้อกล่าวหานี้ โดยทรัมป์ประกาศเมื่อวันที่ 31 ต.ค. ปีที่แล้ว ว่ารัฐบาลวอชิงตันจะเริ่มทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ “ในระดับที่เท่าเทียมกัน” กับรัสเซียและจีน แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ลงรายละเอียด ว่าจะเป็นการทดสอบรูปแบบใด
China has conducted nuclear explosive tests, including preparing for tests with designated yields in the hundreds of tons… China has used decoupling – a method to decrease the effectiveness of seismic monitoring – to hide its activities from the world. China conducted one such…
— Under Secretary of State Thomas G. DiNanno (@UnderSecT) February 6, 2026
อนึ่ง สนธิสัญญาลดอาวุธทางยุทธศาสตร์ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “นิว สตาร์ต” (NEW START) ซึ่งถือเป็นกรอบความร่วมมือระดับทวิภาคีด้านนิวเคลียร์ ที่กำหนดข้อจำกัดสุดท้ายสำหรับสองมหาอำนาจนิวเคลียร์ใหญ่ที่สุดในโลก คือรัสเซียและสหรัฐ หมดอายุเมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา
ดิแนนโนกล่าวว่า รัสเซียละเมิดข้อตกลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้สหรัฐจำเป็นต้องเรียกร้องให้มีโครงสร้างใหม่ “ที่ตอบโจทย์กับภัยคุกคามในปัจจุบัน ไม่ใช่ภัยคุกคามจากยุคสมัยที่ผ่านพ้นไปแล้ว” และกล่าวว่า จีนควรมีส่วร่วมกับการเจรจากรอบข้อตกลงฉบับใหม่ด้วย แต่รัฐบาลปักกิ่งยังคงปฏิเสธ เนื่องจากขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ของจีนยังห่างไกลจากระดับของรัสเซียและสหรัฐ
สำหรับสนธิสัญญานิว สตาร์ต นั้น ลงนามครั้งแรกเมื่อปี 2553 จำกัดให้รัสเซียและสหรัฐมีหัวรบนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ที่ติดตั้งพร้อมใช้งานได้ไม่เกิน 1,550 หัวรบ ซึ่งเป็นการลดจำนวนลงเกือบ 30% จากขีดจำกัดเดิมที่เคยกำหนดไว้เมื่อปี 2545.
เครดิตภาพ : AFP



