สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร ว่าด้วยการเรียกเก็บภาษีศุลกากร ต่อประเทศที่ยังคงค้าขายกับอิหร่าน


คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. โดยเป็นการกำหนดกลไกใหม่ในการ “เรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม” ต่อประเทศที่ยังคงทำธุรกิจกับอิหร่าน ภาษีนี้จะถูกจัดเก็บจากสินค้าที่นำเข้าสู่สหรัฐ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากประเทศใดก็ตามที่มีการ “ซื้อ นำเข้า หรือได้มาซึ่งสินค้าและบริการจากอิหร่าน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม”


ทั้งนี้ อัตราภาษีจะขึ้นอยู่กับการกำหนดโดย นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะอยู่ที่เท่าใด แต่เนื้อหาในแถลงการณ์ยกตัวอย่างไว้ที่ 25% ซึ่งเป็นระดับที่ทรัมป์เคยเปรยไว้ เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา


อนึ่ง มีการวิเคราะห์ด้วยว่า มาตรการนี้จะส่งผลกระทบต่อกลุ่มประเทศคู่ค้าสำคัญของอิหร่าน ได้แก่ จีน รัสเซีย เยอรมนี ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี).

เครดิตภาพ : AFP