“เชอร์รี่” ไม่ได้มีดีแค่รสชาติหวานอมเปรี้ยวที่แสนอร่อยเท่านั้น แต่ยังได้รับการยอมรับจากผลวิจัยว่า มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมหาศาล โดยเฉพาะในเรื่อง “นอนหลับ” และ “ลดการอักเสบ”
ทำไมเชอร์รี่ถึงเป็น “ตัวช่วยนอนหลับ” ตามธรรมชาติ?
เพราะเชอร์รี่อุดมไปด้วย “เมลาโทนิน” ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมจังหวะเวลาของร่างกาย
งานวิจัยจากวารสารโภชนาการยุโรป พบว่าผู้ที่ดื่มน้ำเชอร์รี่ติดต่อกันเป็นเวลา 1 สัปดาห์ จะมีระยะเวลาการนอนหลับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 25 นาที เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ดื่ม
ควรรับประทานเชอร์รี่ประมาณ 1-2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เพื่อเพิ่มระดับเมลาโทนินให้ร่างกายพร้อมสำหรับการพักผ่อน
สรรพคุณเด่นด้านอื่น ๆ
- ต้านอักเสบและบรรเทาโรคเกาต์ – “แอนโทไซยานิน” ที่ให้สีแดงในเชอร์รี่ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ และบรรเทาการอักเสบในร่างกายได้ดีเยี่ยม รวมถึงมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคเกาต์
- เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน – เชอร์รี่มีค่าดัชนีไกลเซมิก (GI) ต่ำเพียง 22 (เปรียบเทียบกับองุ่นที่สูงถึง 46) ทำให้ไม่ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดมากนัก
ข้อควรระวังในการบริโภค แม้จะมีประโยชน์มาก แต่การรับประทานให้ถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ควรทานประมาณ 10 ถึง 15 เม็ดต่อวัน หากเป็นเด็กหรือผู้ป่วยเบาหวาน แนะนำไม่เกิน 10 เม็ดต่อวัน และต้องระวังเมล็ดเชอร์รี่ เพราะมีสารพิษ ห้ามเคี้ยวเมล็ดเด็ดขาด
หลีกเลี่ยงการทาน “เชอร์รี่อบแห้ง” หรือ “เชอร์รี่กระป๋อง” ซึ่งมักมีดัชนีไกลเซมิกสูง เพราะผ่านการปรุงแต่ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดการอักเสบแทนที่จะช่วยลดการอักเสบ
นอกจากนี้ เชอร์รี่มีฤทธิ์เป็นกรดสูง การทานมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอกได้
ที่มาและภาพ : insight korea



