สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ว่าทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญของ “รายชื่อลูกค้า” ที่สั่งซื้ออาวุธจากสหรัฐใหม่ โดยจะให้สิทธิ์แก่ประเทศที่มีการใช้จ่ายด้านงบประมาณกลาโหมสูง และมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาคก่อน


คำสั่งดังกล่าวถือเป็นการปรับเปลี่ยนนโยบายการขายอาวุธครั้งใหญ่ โดยสั่งให้หน่วยงานรัฐบาลกลางให้ความสำคัญกับ “การขายทางทหารแก่ต่างประเทศ” ( เอฟเอ็มเอส ) แก่พันธมิตรที่ลงทุนมหาศาลด้านขีดความสามารถในการป้องกันตนเอง และอยู่ในตำแหน่งหรือพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่วิกฤติ


ขณะเดียวกัน ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้น เพื่อเร่งการส่งมอบอาวุธที่ผลิตในสหรัฐ ให้แก่พันธมิตรที่ “จำเป็นต้องใช้” เพื่อรักษาอธิปไตยของตัวเอง และความมั่นคงในภูมิภาค นอกจากนี้ รัฐบาลวอชิงตันยังต้องการเม็ดเงินจากการสั่งซื้อของต่างชาติมาช่วย “ขยายฐานการผลิตอาวุธภายในสหรัฐ”


นอกจากนี้ คำสั่งดังกล่าวยังรวมถึงการลดขั้นตอนทางราชการที่ยุ่งยาก การเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการใช้งานขั้นสุดท้าย และขั้นตอนการโอนย้ายไปยังบุคคลที่สาม เพื่อลดความล่าช้าและเพิ่มความโปร่งใส โดยกระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ จะร่วมกันจัดทำ “บัญชีรายชื่อระบบอาวุธ” ที่ควรให้ความสำคัญ และระบุโอกาสทางการขายที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ดังกล่าว.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES