สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ว่า องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นวีเมน) ระบุว่า 84% ขององค์กรสตรีที่ทำการสำรวจรายงานว่า มีความต้องการเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือน ม.ค. 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดของยูเอ็น เข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐอเมริกา และเริ่มตัดลดความช่วยเหลือต่างประเทศ
เกือบ 90% ของกลุ่มสตรีที่ทำการสำรวจ กล่าวว่า พวกเขาไม่สามารถตอบสนองความต้องการในระดับปัจจุบันได้อีกต่อไป และ 1 ใน 5 กล่าวว่า พวกเขาคาดว่าจะปิดตัวลงชั่วคราวหรือถาวร ภายในปีหน้า
At least 1 million women and girls have lost access to critical support, as funding cuts dismantle women’s organizations working in humanitarian crises.@UN_Women calls for immediate action. https://t.co/6pEntjLn6H pic.twitter.com/OIBdb9kyYs
— UN News (@UN_News_Centre) July 12, 2026
ยูเอ็นวีเมนได้พูดคุยกับองค์กรสตรี 855 แห่ง ที่ทำงานใน 52 ประเทศ ซึ่งพวกเขารายงานว่า สตรีและเด็กหญิงเหล่านี้ถูกปฏิเสธความช่วยเหลือ เนื่องจากการตัดงบประมาณที่กำลังทำลายองค์กรของพวกเขา โดยในจำนวนนี้ อย่างน้อย 1 ล้านคน เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของปัญหาทั้งหมด
นอกจากนั้น ความรุนแรงทางเพศที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อปีที่แล้ว โดยอ้างถึงรายงานล่าสุดขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ที่พบว่า ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาลดลงเกือบ 1 ใน 4 เมื่อปีที่แล้ว เหลือ 174,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.8 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นการลดลงรายปีที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



