เมื่อวันที่ 8 ก.พ.เพจเฟซบุ๊กTensia ได้โพสต์ข้อความระบุว่า

ออกกำลังกาย ห่างไกลน้ำท่วมปอด

เหรอ? มันเกี่ยวกันด้วยเหรอ

เกี่ยวค่ะ

เพราะหัวใจขาดเลือดครั้งหนึ่ง อาจฝากรอยแผลไว้จนหัวใจล้มเหลว น้ำท่วมปอด ทรมานถึงชีวิต การออกกำลังกายและปรับพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้ คือการลดโอกาสเจอเหตุการณ์พวกนี้ในไทม์ไลน์ชีวิตเราเลยค่ะ

.

“เส้นทางสู่หายนะ” ยอดฮิต ที่มักเจอในคนที่ไม่ดูแลสุขภาพเลย

มันจะมีการเดินทางแบบนี้ค่ะ

ขั้น 1  ความเสี่ยงเต็มชีวิต

✔ กินเยอะ กินทั้งวัน ไม่มีช่วง fasting, กิจกรรมกายน้อย, ไม่ออกกำลังกาย

✔ สูบบุหรี่ ดื่มสุรา

✔ มีกรรมพันธุ์

ขั้น 2  ความเสี่ยงเหล่านี้ทำลายหลอดเลือดโดยตรง

✔ อ้วน: ไขมันปล่อยสารอักเสบเรื้อรัง

✔ เบาหวาน/ดื้ออินซูลิน: น้ำตาลสูงเป็นพิษ

✔ ความดันสูง: ผนังหลอดเลือดถูจนพัง

✔ LDL สูง โดยเฉพาะ oxLDL, sdLDL

ขั้น 3  ข้อ 1 + ข้อ 2 = คราบไขมันพอกผนังหลอดเลือดไปเรื่อยๆ สะสมทีละนิดจนรูหลอดเลือดเริ่มตีบ โดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ เลย

ขั้น 4  วันซวยที่มันปริ = หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

เลือดไหลเร็วผ่านรูตีบ → ถูคราบไขมันจนแตก → เกล็ดเลือดรวมกันเป็นลิ่ม → อุดรู

 แน่นหน้าอก ใจสั่น เหงื่อแตก หน้ามืด

 บางคนหัวใจเต้นผิดจังหวะเสียชีวิตทันที บางคนโชคดีมาถึงโรงพยาบาลทัน

ขั้น 5  รอดแล้วก็เสี่ยงหัวใจล้มเหลว

กล้ามเนื้อหัวใจที่เสียหายทำงานไม่พอ → ระบบประสาทและฮอร์โมนเร่งให้หัวใจสู้อีก → ยิ่งเร่งยิ่งแย่ → น้ำคั่ง ⮕ เลือดจากปอดเข้าหัวใจไม่ทัน  คั่งในถุงลม ⮕ น้ำท่วมปอด หอบเหนื่อยมาก

หรือสั้นๆ คือ

ไม่ดูแลตัวเอง

→ คราบไขมันมา

→ หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

→ ถึงรอดก็เสี่ยงหัวใจล้มเหลวน้ำท่วมปอด

และนี่คือเหตุผลว่า ไม่ว่าคุณอยู่ขั้นไหน

การออกกำลังกายช่วยได้แทบทุกจุด

เดี๋ยวจะแจงให้ดูเลยค่ะว่า ไม่ว่าคุณจะอยู่ขั้นไหนแล้ว

ก็ได้ประโยชน์จากการออกกำลังกายหมด

 ออกกำลังกาย ลดขั้น 1

 เผาผลาญไขมันส่วนเกิน

 เพิ่มไมโตคอนเดรีย เอนไซม์ และระบบเผาผลาญ

 ถ้าควบคุมอาหาร + เพิ่ม fasting + ตรวจสุขภาพ = ปิดประตูโรคตั้งแต่แรกเลย

 ลดโอกาสเป็นอ้วน เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง

ออกกำลังกาย แก้ปัญหาในขั้น 2

 ลดไขมันผิว + ไขมันช่องท้อง

 เปิดสวิตช์ AMPK เพิ่มความไวอินซูลิน

 Parasympathetic สูงหลังออกกำลังกาย → ความดันคุมง่ายขึ้น

 ช่วยให้ค่าไขมันกลับมาปกติร่วมกับการควบคุมอาหาร

 ลดกลไกเร่งคราบไขมันทั้งหมด

 ออกกำลังกาย ชะลอคราบไขมัน ขั้น 3

 เพิ่มจำนวน/ประสิทธิภาพ HDL ช่วยดูดคราบไขมันกลับ

 เยื่อบุผนังฟื้นตัว สร้าง NO ได้ดีขึ้น

 NO ลดการเกาะลิ่มเลือด ลดแรงถูในหลอดเลือด

 ลดการอักเสบ + อนุมูลอิสระ → ลด oxLDL

 คราบไขมันไม่พุ่งไปจุดวิกฤติ

 ออกกำลังกาย ทำให้เหตุการณ์ขั้น 4 ไม่รุนแรง

 หลอดเลือดฝอยหัวใจหนาแน่นขึ้น ช่วยหล่อเลี้ยงบริเวณขาดเลือด

 ฮอร์โมน myonectin ทำให้หัวใจทนขาดเลือด

 กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง บีบตัวสู้ช่วงวิกฤติ

NO ช่วยยับยั้งการเกิดลิ่มเลือดเกินจำเป็น

 ลิ่มเลือดไม่ใหญ่ ขาดเลือดไม่หนัก ฟื้นได้ดีมากหลังรักษา

 ออกกำลังกาย แม้หัวใจล้มเหลวแล้ว ขั้น 5

เมื่ออาการเริ่มดี หมอมักให้เริ่มออกกำลังกายเบาๆ เพราะมันช่วย

 กล้ามเนื้อหัวใจที่เหลือทำงานดีขึ้น

 Irisin + myonectin ทำให้เมตาบอลิซึมของหัวใจดีขึ้น

 ลด sympathetic และฮอร์โมน RAAS ที่บีบคั้นหัวใจ

 น้ำไม่คั่งในปอด คุณภาพชีวิตดีขึ้น

 แม้จะพลาดมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ยังกลับมาใช้ชีวิตได้ดีขึ้นมาก

สรุปคือ ไม่ว่าคุณจะอยู่ช่วงไหนในเส้นทางนี้ “การออกกำลังกาย” คือเพื่อนคู่ชีวิต ที่ตอนแรกอาจจะเกลียด แต่วันหนึ่งคุณจะรู้ว่า เราอยู่ได้เพราะเขาจริงๆ

ลุกมาออกกำลังกายกันเถอะค่ะ แล้วปรับพฤติกรรมด้านอื่นร่วมด้วย (สรุปไว้ในคอมเมนต์ค่ะ) เพื่อ “ลบฉากโศกนาฏกรรมในบทความนี้” ออกจากอนาคตของเรา