เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงาน ผลการเลือกตั้ง สส.นครสวรรค์ ทั้ง 6 เขต อย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 22.30 น. ปรากฏว่า

เขต 1: “ภัทราวดี นิโรจน์” พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 3 ได้ 13,037 คะแนน ชนะการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ

สำหรับ ภัทราวดี บ้านใหญ่คืนชีพ ภัทราวดี ลูกสาว “ภิญโญ นิโรจน์” อาศัยฐานเสียงตระกูลที่แน่นปึ้กในเทศบาลนครสี่แคว บวกแรงหนุนจากบ้านใหญ่อุทัยธานี เบียดเอาชนะแชมป์เก่า “กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี” (ประชาชน) ที่พยายามรักษาฐานเสียงคนรุ่นใหม่แต่ต้านทานกระแสบ้านใหญ่ไม่ไหว ขณะที่เพื่อไทยที่ส่งอดีตเลขาวีระกรมาตัดคะแนนรอบนอก ทำให้เขตนี้กลายเป็นศึกสามเส้าที่ภูมิใจไทยเข้าวิน

เขต 2: “ชานนท์ ไทยเศรษฐ” พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 3ได้ 19,888 คะแนน ชนะการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ

สำหรับ ชานนท์ นั้น มาจากตระกูลบ้านใหญ่ “ไทยเศรษฐ์” (ภูมิใจไทย)

เขต 3: “สัญญา นิลสุพรรณ” พรรคกล้าธรรม เบอร์ 5 ได้ 17,557 คะแนน ชนะการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ

สำหรับ สายตรง “เสธ.หิ” ย้ายค่ายสวมเสื้อพรรคสีเขียวลุยหาเสียงจนรักษาเก้าอี้ไว้ได้อีกสมัย แม้จะถูกกดดันอย่างหนักจากสายตรง “เจ๊แดง” (เพื่อไทย) ที่หวังจะเจาะพื้นที่นี้ แต่ด้วยบารมีและฐานเสียงเดิมของสัญญาทำให้เขายังคงครองเก้าอี้เขต 3 ไว้ได้ตามคาด

เขต 4: “มารุต ศรีผึ้ง” พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 2 ได้ 38,865 คะแนน ชนะการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ

สำหรับ มารุต ทายาทการเมืองของ “มานพ ศรีผึ้ง” ที่ลงสนามรักษาเก้าอี้แทนคุณพ่อได้แบบม้วนเดียวจบ ด้วยแรงส่งจากการเมืองท้องถิ่นที่วางฐานไว้แน่นหนา ทำให้มารุต “นอนมา” ชนะผู้สมัครจากเพื่อไทยไปได้อย่างขาดลอย รักษาพื้นที่ของภูมิใจไทยไว้ได้สำเร็จ

เขต 5: “พีระเดช ศิริวัณสานฑ์” พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 4 ได้ 20,638 คะแนน ชนะการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ

สำหรับ พีระเดช ศึกชนช้างที่ต้องลุ้นจนถึงนาทีสุดท้าย พีระเดชแชมป์เก่าอาศัยความเป็นเจ้าถิ่นเบียดเอาชนะ “พ.ต.ท.นุกูล แสงศิริ” อดีต สส.เขต 4 (เพื่อไทย) ที่ข้ามเขตมาหวังล้มยักษ์ เป็นคู่ที่ต้องตัดสินด้วยภาพถ่ายตอนเข้าเส้นชัย แต่สุดท้ายแชมป์เก่าภูมิใจไทยยังเหนียวพอที่จะรักษาพื้นที่ไว้ได้

เขต 6: “ประสาท ตันประเสริฐ” พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 2 ได้ 19,583 คะแนน ชนะการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ

สำหรับ แชมป์เก่าที่ถูกบ้านใหญ่อุทัยธานีจับเปลี่ยนเสื้อจากชาติพัฒนามาเป็นภูมิใจไทยเพื่อเสริมทัพ ครั้งนี้ต้องชนกับมวยถูกคู่อย่าง “นิโรจน์ สุนทรเลขา” อดีต สส.หลายสมัยเด็กปั้นผู้กองธรรมนัส แม้ช่วงแรกคะแนนจะสูสี 50:50 แต่ช่วงท้ายประสาทอาศัยฐานพรรคใหม่และบารมีเดิมแซงเข้าวินได้สำเร็จ