สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 9 ก.พ. โดยอ้างจากรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ส เกี่ยวกับผลการเลือกตั้งทั่วไปของไทย เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่าพรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน สามารถคว้าชัยชนะอย่างเด็ดขาด ส่งสัญญาณถึงการจัดตั้งรัฐบาลผสมที่มีเสถียรภาพสูง เพื่อสานต่ออำนาจบริหาร
กลยุทธ์ “ชาตินิยม” เดิมพันที่คุ้มค่า
รอยเตอร์สวิเคราะห์ว่า การตัดสินใจยุบสภาเมื่อกลางเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ท่ามกลางความขัดแย้งเรื่องชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ตึงเครียดอย่างหนัก เป็นการวางหมากที่แม่นยำของนายอนุทิน เพื่อใช้กระแสชาตินิยมสร้างความได้เปรียบทางการเมือง จนสามารถเอาชนะคู่แข่งสำคัญอย่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนได้สำเร็จ ด้วยการคว้าจำนวนที่นั่งแบบถล่มทลาย
Thailand’s PM Anutin staked his election on nationalism — and won https://t.co/ntjTcmV80P
— The Straits Times (@straits_times) February 8, 2026
นายณพล จาตุศรีพิทักษ์ นักรัฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยไทยแลนด์ ฟีเจอร์ กล่าวว่า แม้ไม่ได้ครองเสียงข้างมากอย่างเด็ดขาดเพียงพรรคเดียว แต่ตอนนี้ พรรคภูมิใจไทยอยู่ในสถานะ “แข็งแกร่งที่สุด” ในการผลักดันนโยบายหลัก เช่น การอุดหนุนผู้บริโภค และการยกเลิกข้อตกลงพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับกัมพูชา นายณพลมองว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้คือการ “คลุมถุงชนเพื่อผลประโยชน์” ระหว่างกลุ่มเทคโนแครต กับชนชั้นสูงอนุรักษนิยม และนักการเมืองดั้งเดิม
ขณะที่นายเมธิส โลหเตปานนท์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ กล่าวว่า ชัยชนะที่เกินความคาดหมายของพรรคภูมิใจไทย พิสูจน์ให้เห็นว่า ความสามารถในการดึงตัวนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ชนบท ผนวกกับกระแสอนุรักษนิยมชาตินิยม เป็นสูตรสำเร็จที่เข้าทางพรรคภูมิใจไทยอย่างเต็มที่
สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่หลังจากนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า จะเป็นรัฐบาลผสมที่มีเอกภาพมากขึ้น เพื่อยุติความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ด้านนโยบายต่างประเทศโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชา อาจเข้มข้นและตึงเครียดมากขึ้นจากการทบทวนข้อตกลงทางทะเล ส่วนในเรื่องเศรษฐกิจ จะมีการเดินหน้ามาตรการอัดฉีดและอุดหนุนภาคครัวเรือนตามที่ได้หาเสียงไว้.
เครดิตภาพ : REUTERS



