วันที่ 9 ก.พ. ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เปิดเผยว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดทุน ตลาดเงิน ตอบรับผลเลือกตั้งค่อนข้างดี ดัชนีหุ้นเป็นบวก และค่าเงินบาทแข็งค่า เนื่องจากนักลงทุนมองความหวังถึงการมีเสถียรภาพของรัฐบาล และความร่วมมือการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งนโยบายของพรรคแกนนำจักตั้งอย่างพรรคภูมิใจไทยได้มีนโยบายออกมาเป็นด้านบวก แต่ก็ยังมีข้อจำกัด ในเรื่องของระยะเวลาในการจัดตั้งรัฐบาลที่อย่างเร็วสุดคือในเดือนพ.ค.นี้
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ยังเติบโตแผ่ว และหวังว่าในครึ่งปีหลังจะเร่งขึ้น หลังจากมีรัฐบาลใหม่ คาดปีนี้เศรษฐกิจไทย หรือจีดีพี เติบโต 1.5% และอาจเร่งขึ้นถึง 1.7% แต่โอกาสจีดีพีอยู่ที่ 2% ยังต่ำ เพราะต้องใช้เวลากว่างบประมาณปี 70 จะผ่านได้ ในขณะที่งบกลางมีจำกัด

สำหรับนโยบายของพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เช่น คนละครึ่งพลัส หรือลดค่าไฟฟ้าเหลือ 3 บาทนั้น เป็นนโยบายที่ช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน แต่เป็นเพียงระยะสั้น โดยต้องติดตามนโยบายในปีต่อๆไปว่าเป็นอย่างไร ที่จะทำให้เศรษฐกิจขยับขึ้นอยู่ที่ระดับ 3-4% ได้หรือไม่ ซึ่งต้องเร่งขับเคลื่อนระยะยาวในเรื่องการลงทุน และต้องคำนึงถึงเครดิตเรตติ้งประเทศด้วย
ดร.อมรเทพ กล่าวว่า ในระยะสั้นเร่งด่วนที่จะต้องทำ คือ ให้รัฐบาลรักษาการ ไม่ต้องรอให้จัดตั้งรัฐบาลใหม่เสร็จสิ้น ขออนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. จัดทำโครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อเร่งการเบิกจ่าย เร่งการบริโภค และต้องเร่งความเชื่อมั่น เดินหน้าเจรจาการค้า ดึงดูดการลงทุน เช่น แก้กฎระเบียบที่เป็นปัญหาที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุน รวมทั้งร่วมมือกับภาคเอกชนแก้ปัญหาต่างๆเพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้า
ส่วนระยะกลางหาคนที่มีความรู้ความสามารถมาร่วมรัฐบาลเป็นสิ่งที่สำคัญ อยากเห็นคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เรียกความเชื่อมั่น เช่น พรรคภูมิใจไทย มี 3 ท่านทั้ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ , นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ที่สามารถเรียกความเชื่อมั่นได้ ในขณะที่ยังมีอีกหลายท่านที่ยังถูกจับตา ซึ่งอยากเห็นรัฐบาลที่มีความมืออาชีพ มีความโปร่งใส
ขณะที่ระยะยาว รัฐบาลควรมุ่งไปสู่การพัฒนาการศึกษา จัดวางเรื่องการลงทุน และเรื่องแรงงาน เพื่อยกระดับพัฒนาทักษะของประเทศให้ดียิ่งขึ้น



