เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 69 เวลา 01.30 น. ที่อาคารกองกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มีประชาชนและนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม รวมตัวกันหลายร้อยคน เพื่อเรียกร้องให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมหาสารคาม (กกต.มหาสารคาม) ดำเนินการนับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองมหาสารคาม หลังเกิดข้อสงสัยว่าการนับคะแนนอาจไม่ถูกต้อง
ทั้งนี้ โลกออนไลน์มีการพูดคุยถึงกรณีบอร์ดประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดมหาสารคาม อย่างไม่เป็นทางการ (8 ก.พ. 69) ซึ่งตั้งอยู่หน้าอาคารกองกิจการนักศึกษา ทำให้มีการนัดหมายรวมตัวกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อกดดันให้ กกต. ดำเนินการนับคะแนนใหม่ โดยประชาชนและนิสิตนักศึกษาเริ่มมารวมตัวตั้งแต่เวลา 17.00 น. และยิ่งดึกยิ่งมีประชาชนทยอยมาสมทบเพิ่มขึ้น
ผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งตั้งคำถามและต้องการให้ กกต. ออกมาชี้แจงว่า เหตุใดผลคะแนนของผู้สมัครหมายเลข 6 นายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ จึงเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการนำแผ่นไวนิลเขียนคะแนนมาปิดทับคะแนนเดิมบนบอร์ด
โดยผลคะแนนที่มีการปิดประกาศทับ คือ ต.ท่าสองคอน ซึ่งเดิมระบุไว้ 2,930 คะแนน แต่เมื่อมีการปิดทับใหม่เป็น 3,078 คะแนน เพิ่มขึ้น 148 คะแนน ขณะที่ผลรวมคะแนนเดิม 32,345 คะแนน ส่วนผลรวมใหม่ที่ปิดทับเป็น 32,493 คะแนน
ส่วนผู้สมัครหมายเลข 5 นายเชวงศักดิ์ พลลาภ พรรคประชาธิปัตย์ ผลรวมคะแนนเดิม 1,200 คะแนน ลดลงเหลือ 1,199 คะแนน
ทั้งนี้ กกต. ชี้แจงว่า สาเหตุเกิดจากผลรวมคะแนนคลาดเคลื่อน จึงต้องมีการปิดทับแก้ไขใหม่

ขณะเดียวกัน ยังมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับสถานที่จัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้ง โดยมีทั้งกระแสว่าอยู่ที่ศาลากลางจังหวัด และบางส่วนระบุว่าอยู่ที่สำนักงาน กกต. ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและกังวลว่าอาจมีการลักลอบหย่อนบัตรเพิ่ม
นายชนาธิป หนึ่งในผู้ที่มาร่วมรวมตัว กล่าวว่า น้อง ๆ นักศึกษาหลายคนมารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ เนื่องจากคะแนนที่แสดงหน้าบอร์ดไม่ตรงกับคะแนนที่แจ้งในช่วงแรก และมีการแก้ไขคะแนนจนทำให้เกิดข้อสงสัย โดยขณะนี้คาดว่ามีผู้มารวมตัวกันน่าจะเป็นพันคนแล้ว และพบว่าคะแนนของพรรคภูมิใจไทยเพิ่มขึ้นบนบอร์ด จึงเป็นที่มาของการรวมตัวในคืนดังกล่าว
นายชนาธิป กล่าวต่อว่า สิ่งที่ต้องการคือความถูกต้อง เพราะมีการแก้ไขคะแนนแต่ไม่มีการชี้แจงจาก กกต. ขณะที่เจ้าหน้าที่ กกต. ในพื้นที่ระบุว่าไม่มีอำนาจในการชี้แจง และผู้ร้องเรียนต้องยื่นคำร้องเป็นจำนวนมาก โดยต้องกรอกข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงเลขบัตรประชาชน ซึ่งประชาชนบางส่วนกังวลเรื่องความปลอดภัย และจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน
ขณะที่นิสิตหญิงรายหนึ่ง กล่าวว่า ประเด็นแรกคือการนับคะแนน ซึ่งประชาชนไม่สามารถเข้าดูได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่นับคะแนนเสร็จแล้วจึงออกมาเขียนคะแนนด้านหน้า ทำให้ไม่ทราบว่าคะแนนดังกล่าวมาจากแหล่งใด และเหตุใดผลคะแนนจึงมีการเปลี่ยนแปลง บางรายเพิ่มขึ้น บางรายลดลง จึงมองว่าไม่โปร่งใส และยังไม่มีคำตอบจาก กกต.
ด้านเรือเอกไตรสรณ์ ผาสุข ผอ.กกต.มหาสารคาม ชี้แจงว่า การจะให้มีการนับคะแนนใหม่ เป็นอำนาจของ กกต.กลาง โดย กกต.จังหวัดจะต้องส่งเรื่องให้ กกต.กลางพิจารณา
ส่วนกรณีจังหวัดปทุมธานีที่มีการกล่าวถึงเรื่องกล้องวงจรปิดนั้น กฎหมายกำหนดให้การลงคะแนนต้องเป็นความลับ หากมีกล้องวงจรปิดจะทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับและขัดต่อกฎหมาย จึงต้องมีการปิดกล้องไว้

สำหรับการนับคะแนนใหม่ กกต. จะกำหนดสถานที่ว่าจะรับเรื่องหรือดำเนินการที่ใด อาจเป็นที่กองกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่เปิดเผยที่ประชาชนสามารถเข้าดูได้ทั่วถึง ทั้งนี้ การขอนับคะแนนใหม่ต้องเป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
ผอ.กกต.มหาสารคาม ระบุเพิ่มเติมว่า หากจะมีการนับคะแนนใหม่ จะต้องมีเหตุให้สามารถทักท้วงได้ โดยแบบฟอร์มคำร้องที่จัดไว้เป็นช่องทางที่เหมาะสมที่สุด ขอให้ผู้ร้องเรียนกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน เพื่อให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตลงบันทึกรับคำร้อง และนำส่งให้ กกต.กลาง พิจารณาต่อไป
อย่างไรก็ตาม หลังผ่านไปหลายชั่วโมง ยังไม่มีข้อยุติ เนื่องจากประชาชนยังคงยืนยันข้อเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ และมีการกดดันเจ้าหน้าที่ กกต. บริเวณใต้อาคารอย่างต่อเนื่อง



