เมื่อวันที่ 10 ก.พ. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า มีพฤติการณ์หลายประการที่ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมทั่วประเทศ ว่า ในวันเลือกตั้งพบเหตุผิดปกติหลายประเด็น อาทิ การย้ายหน่วยเลือกตั้งโดยไม่แจ้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า การนับคะแนนที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ ไม่แสดงบัตรลงคะแนนต่อสาธารณะ มีการนำถุงดำมาคลุมกล้องวงจรปิด การกาคะแนนผิดสังเกต รวมถึงกรณีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งบางแห่งถูกจับได้ว่านำบัตรเลือกตั้งหลายใบไปกาคะแนนให้พรรคการเมืองบางพรรค และการนับคะแนนผิดในลักษณะจงใจ นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์ที่ปรากฏภาพเจ้าหน้าที่นำบัตรเลือกตั้งจำนวนมากมากากันเต็มพื้นห้องโดยไม่ทราบว่าเป็นการกระทำเพื่อใคร อีกทั้งยังมีข่าวและภาพที่ชวนให้เชื่อว่าอาจมีการซื้อเสียงในหลายเขตเลือกตั้ง รวมถึงเหตุการณ์แปลก เช่น ระหว่างนับคะแนนไฟฟ้าดับ แต่พัดลมยังคงหมุนอยู่

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อว่า ในช่วงบ่ายวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา เริ่มมีรายงานว่าหลายหน่วยเลือกตั้งมีจำนวนคะแนนมากกว่าผู้มาใช้สิทธิ และยิ่งสร้างความกังวลเมื่อไอลอว์ ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน ออกมาแถลงว่าผลคะแนนที่บันทึกจากภาพตามหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ ไม่ตรงกับคะแนนที่ประกาศโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งอาจส่งผลให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไปจากที่ประกาศเมื่อคืนวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา

นายพีระพันธุ์ ยังกล่าวถึงกรณีจังหวัดชลบุรี เขต 1 โดยระบุว่า พบเอกสารเกี่ยวกับผลคะแนนถูกทิ้งในถังขยะ จนนำไปสู่การประท้วงที่มีแนวโน้มจะบานปลาย และไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งของไทย นับตั้งแต่การทุจริตเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2500 ที่เรียกว่าไพ่ไฟ ซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์ต่อต้านครั้งใหญ่ ได้กลับมาหลอกหลอนสังคมไทยอีกครั้งในรอบ 69 ปี

ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์  กล่าวย้ำว่า พฤติการณ์ดังกล่าวทำให้คิดได้ว่า การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา อาจไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมทั่วประเทศ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่จะต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเร่งด่วน เช่น การประกาศให้มีการนับคะแนนใหม่ทั่วประเทศอย่างเปิดเผย ตรวจสอบได้ และเป็นรูปแบบเดียวกัน 

“หาก กกต. เพิกเฉยไม่ดำเนินการใดตามอำนาจหน้าที่ ก็อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมระบุทิ้งท้ายว่าก็แล้วแต่จะเลือกนะครับ อายุความมันยาวครับ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนถึงผู้เกี่ยวข้องว่ากระบวนการตรวจสอบทางกฎหมายจะยังคงดำเนินต่อไปอีกนาน” นายพีระพันธุ์ กล่าว.