เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง พีเอ็ม 2.5 ประจำปี 2569 ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ พร้อมมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการดำเนินการอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนก่อนเข้าสู่ช่วงวิกฤติฝุ่นละออง ทั้งนี้ มาตรการปี 2569 มุ่งควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษในทุกมิติ ทั้งพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร และเขตเมือง โดยตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไหม้ในป่าและเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่การกำกับยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม และสถานประกอบกิจการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงเพิ่มกลุ่มเป้าหมายควบคุมการระบายฝุ่นในเขตเมือง และยกระดับการจัดการหมอกควันข้ามแดนผ่านความร่วมมือระดับทวิภาคี ไตรภาคี และอาเซียน
น.ส.ลลิดา กล่าวอีกว่า การดำเนินงานแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ 1.ระยะเตรียมการ เน้นจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงเผา วางแผนจัดการไฟป่า สนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อส่งเสริมการทำเกษตรแบบไม่เผา ขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้ไฟ ควบคุมรถควันดำ โรงงาน และกิจการเป้าหมาย รวมถึงเตรียมระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า และ 2.ระยะปฏิบัติการ ในช่วงสถานการณ์วิกฤติ จะเพิ่มความเข้มข้นการบังคับใช้กฎหมาย ประกาศปิดป่าในช่วงเวลาที่เหมาะสม ตั้งจุดเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง จำกัดรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าเขตเมือง ควบคุมการนำเข้าพืชอาหารสัตว์ให้เป็นไปตามมาตรการปลอดการเผา จัดตั้งศูนย์สั่งการทุกระดับ และดูแลกลุ่มเปราะบางผ่านการจัดหาห้องปลอดฝุ่นและอุปกรณ์ป้องกัน อีกทั้งยังกำหนดเป้าหมายผลลัพธ์ด้านคุณภาพอากาศ โดยตั้งเป้าลดค่าเฉลี่ย ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 และจำนวนวันที่ฝุ่นเกินมาตรฐานในพื้นที่เสี่ยงสำคัญ อาทิ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก พร้อมยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยผ่านเซลล์บรอดแคสต์ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างทันท่วงที
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับของคณะกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ โดยมีกรมควบคุมมลพิษเป็นหน่วยประสานงานหลัก และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการบางส่วนล่วงหน้า เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์ฝุ่นละอองในปี 2569 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์และข้อมูลคุณภาพอากาศได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th หรือแอปพลิเคชัน Air4Thai เพื่อใช้ประกอบการวางแผนการดำเนินชีวิตและดูแลสุขภาพในช่วงที่มีค่าฝุ่นละอองสูง



