เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 ก.พ. 69 นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ กล่าวถึงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ภารกิจของผู้สมัครและพรรคการเมืองสิ้นสุดแล้ว แต่ภารกิจที่หนักกว่าคือ กกต.ต้องทำหน้าที่จัดการกับข้อครหาว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม จากความผิดปกติของการนับคะแนนและบัตรเขย่ง ที่มีกระแสสะพัดว่ามีจำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่ผ่านมาส่วนใหญ่บัตรเขย่งกันจำนวนหลักสิบ หลักร้อย แต่ถ้ามากมายมหาศาลแบบนี้ การเลือกตั้งจะถูกมองว่าไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม

นายเจษฎ์ กล่าวว่า กกต. มีเครื่องมือและอำนาจล้นมือ หากพบหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต ต้องกล้าตัดสินใจ เช่น ให้ใบเหลือง สั่งเลือกตั้งใหม่ในเขตที่มีปัญหาเพื่อคืนความชอบธรรม และให้ใบแดง ส่งศาลตัดสิทธิพวกโกงให้พ้นวงจรการเมือง และชดใช้ค่าเลือกตั้งใหม่ กฎหมายกำหนดว่าต้องประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ดังนั้นจะทำอะไรต้องรีบทำ อย่าปล่อยให้ประชาชนมีข้อเคลือบแคลงสงสัย ปล่อยให้ผู้เล่นถูกตั้งข้อรังเกียจไม่ได้ กกต.ต้องรีบจัดการโดยเร็ว

“หาก กกต. ปล่อยให้ประชาชนค้างคาใจกับผลการเลือกตั้ง สถานการณ์อาจบานปลายไปสู่การชุมนุมประท้วงและการก่อความไม่สงบ ท้ายที่สุดอาจนำไปสู่ข้ออ้างในการเข้ารักษาความสงบเรียบร้อยอีกครั้ง” นายเจษฎ์ กล่าว

นายเจษฎ์ กล่าวว่า บ้านเมืองมีภัยรายล้อม การบริหารราชการแผ่นดินสะดุดหยุดลงไม่ได้ และจะให้รัฐบาลอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปแบบนี้ไม่ได้ มีผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว มีคนที่ได้รับการคัดเลือกเป็นจำนวนมากที่สุด และมีคนที่พร้อมในการที่จะทำหน้าที่ ขอให้รีบจัดการ ที่น่ากังวลใจที่สุด คนที่มีความไม่พอใจการนับคะแนน หรือว่าผลการนับคะแนน ผลการเลือกตั้งที่ผ่านไป ถ้าหากว่าปล่อยเอาไว้ ไม่รีบจัดการ สถานการณ์อาจจะบานปลายไปถึงขั้นมีการชุมนุม มีการประท้วง มีการก่อความไม่สงบ และท้ายที่สุดถ้าไปไกลถึงขนาดต้องมีการเข้ารักษาความสงบเรียบร้อย ก็จะมีการกล่าวหากันอีก.