เมื่อ 10 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงบ่ายที่ผ่านมา ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จ.สระบุรี นายสรพัช ศรีปราชญ์ ผู้สมัคร ส.ส.จ.สระบุรี เขต 1 (หมายเลข 7 )พรรคประชาชน เข้ายื่นข้อเรียกร้องต่อ นาณัฐวรรธน์ วงศ์อิสรภาพ ผอ.กกต.จ.สระบุรี ให้มีการนับคะแนนใหม่ หลังจากทราบผลการนับคะแนน มีผลแพ้ให้กับนายขุนทอง แสนวิเศษ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จากพรรคภูมิใจไทย เพียงแค่ 871 คะแนน โดยนายขุนทอง ได้ 31,958 คะแนน ส่วนนายสรพัช ได้ 31087 คะแนน ทั้งนี้ สืบเนื่องจากช่วงเย็นของวันที่ 8 ก.พ. ใกล้ปิดหีบเลือกตั้ง มีฝนตกลงมาอย่างหนัก กระทั่งเกิดไฟฟ้าดับช่วงนับคะแนน ทำให้อาจมีข้อผิดพลาด อีกทั้งกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ไม่แปะผลคะแนนที่นับเสร็จแล้ว (บางหน่วย) ทำให้เกิดข้อพิรุธ

ด้าน นายณัฐวรรธน์ วงศ์อิสรภาพ ผอ.กกต. ชี้แจงให้ว่า ในวันเลือกตังจะมีคณะกรรมการ และผู้สังเกตุการณ์จากพรรคการเมืองต่าง ๆ ส่งผู้แทน อยู่เฝ้าประจำหน่วยเลือกตั้งอยู่แล้ว การนับคะแนนใหม่ จะเป็นอำนาจของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลาง ส่วนในเรื่องไฟดับนั้น เป็นเรื่องสุดวิสัย ที่มาจากภัยธรรมชาติ แต่ กกต.ได้พยายามจัดให้มีการเลือกตั้งอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยหลังจากพูดคุยกันอีกเล็กน้อย นายสรพัช จึงเดินทางกลับ

ต่อมาเวลา ประมาณ 16.00 น. ผู้สนับสนุน (ด้อมส้ม) พรรคประชาชน อายุระหว่าง 20-30 ปี ต่างทยอยกันเดินทางมารวมตัวกันที่หน้า สำนักงาน กกต. จ.สระบุรี ราว 30-40 คน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี ในและนอกเครืองแบบ ตำรวจสันติบาล ฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน. นำกำลังมาดูแล จนกระทั่งเวลา 16.30 น. นายณัฐวรรธน์ วงศ์อิสรภาพ ผอ.กกต.จ.สระบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ลงมาเชิญผู้สนับสนุนพรรคประชาชน ขึ้นไปยังห้องประชุมชั้น 3 เพื่อชี้แจงข้อสงสัยต่าง ๆ ที่ผู้ชุมนุมต้องการทราบ โดยมี นายอรรถการณ์ จิตถวิล ปลัดจ.สระบุรี พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย ผกก.สภ.เมืองสระบุรี คณะผู้สังเกตการณ์ การเลือกตั้ง พร้อมเจ้าหน้าที่ กกต. ร่วมอธิบายตอบข้อข้องใจ แก่ผู้สนับสนุนพรรคประชาชน ซึ่งในเวลาต่อมากลุ่มมวลชนได้ทะยอยกันเดินทางมาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนล้นห้องประชุม ซึ่งใช้เวลา ถาม-ตอบ กันนานราว 3 ชั่วโมง

โดยสาระสำคัญที่กลุ่มผู้สนับสนุกพรรคประชาชน ต่างผลัดเปลี่ยนกันยกมือให้ ผอ.กกต. และผู้เกี่ยวข้อง ชี้แจง มีทั้ง ต้องการให้มีการนับคะแนนใหม่ การทำหน้าที่ของกรรมการ (กปน.) ประจำหน่วยเลือกตั้งที่ไม่มีความพร้อมในจัดการเลือกตั้ง การผิดพลาดในกรณีแสดงผลการนับคะแนนผ่าน สื่อโชเชียลไลน์ และเฟซบุ๊ก ที่มีความคลาดเคลื่อนข้อมูลไม่ชัดเจนตรงกัน มาตรการป้องกันความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ปล่อยให้มีการติดตั้งป้ายโจมตีพรรคประชาชน ในประเด็นต่าง ๆ อยู่ทั่วไป เพราะนี่เป็นการเลือกตั้งระดับชาติควรมีมาตรการที่ดีกว่านี้ รวมถึงขอทราบ สถานที่เก็บหีบผลคะแนนเลือกตั้ง ไว้ที่ดีความปลอดภัยแค่ไหน

ด้าน นาณัฐวรรธน์ ผอ.กกต. และ นายอรรถการณ์ จิตถวิล ปลัด จ.สระบุรี ในฐานะ หัวหน้ารับผิดชอบเขตเลือกตั้ง เขต 1 ผลัดกันชี้แจงต่อกลุ่มมวลชน ประเด็นแรกคือ การนับคะแนนใหม่ เป็นอำนาจของ กกต.กลาง จะเป็นผู้พิจารณา ซึ่ง กกต.สระบุรี จะรวบรวมข้อมูลหลักฐานต่างๆ ส่งไปให้ กกต.กลาง พิจารณา หาก กกต.มีมติเป็นเช่นไร หรือหากสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ เพื่อความโปร่งใส ยินดีให้ กลุ่มมวลชนนำกล้องวงจรปิดมาร่วมจับภาพร่วมกันดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ได้อย่างเต็มที่

ส่วนการทำหน้าที่ของ คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ก่อนทำหน้าที่ กกต.จ.สระบุรี ได้ขอรับการสนับสนุนบุคลากรจากหน่วยงานต่างๆ รวมถึง จิตอาสา มาทำการอบรม ก่อนทำหน้าที่ อาจมีบ้างที่ไม่มีความพร้อม แต่ก็น่าเห็นใจ คณะ (กปน.) และจิตอาสาที่เสียสละเวลามาทำงานให้ เพราะ กกต.สระบุรีเอง มีกำลังอยู่เพียง 20 คน กับการรับผิดชอบ การเลือกตั้งทั้งจังหวัด 4 เขต 888 หน่วย

สำหรับในเรื่องข้อผิดพลาดในการแสดงผลการนับคะแนน ระหว่างการนับคะแนนไม่แล้วเสร็จที่คลาดเคลื่อนผ่าน ไลน์ และเฟซบุ๊กนั้น เรื่องนี้ กกต.ยอมรับความผิดพลาด และขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เป็นเพราะ กกต.ต้องการให้มีผล (อย่างไม่เป็นทางการ) ตามคำเรียกร้องของประชาชน ที่ไปลงคะแนนแล้ว อยากทราบว่าใครได้ ใครไม่ได้ จึงเร่งรีบนำเสนอก่อนตรวจสอบให้ถูกต้องก่อน แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้น ยังไม่ใช่ผลคะแนนที่ถูกต้องและไม่ “เป็นทางการ” แต่อย่างใด

ในเรื่อง การติดตั้งป้ายมีข้อความโจมตี พรรคประชาชนนั้น เรื่องนี้ กกต.ไม่ทราบว่า เป็นฝีมือใคร และ กกต.เอง นายณัฐวรรธน์ แจ้งว่า ตนเองเป็นคนออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที กกต.เองไปเก็บป้ายเหล่านั้นเสียเองทั้ง ๆ ที่ไม่ใช้หน้าที่ และติดตั้งป้ายเหล่านั้นมีโทษไม่ร้ายแรง อีกเรื่องที่กลุ่มมวลชนกล่าวโจมตี กกต. คือการเก็บหีบเลือกตั้งมีความปลอดภัยเพียงใด ขอเข้าไปดูได้หรือไม่ นายอรรถการณ์ ปลัด จ.สระบุรี จึงให้กลุ่มมวลชน แต่งตั้งตัวแทนขึ้นมา 2 คน และให้เจ้าหน้าที่นำ ผู้แทนมวลชนลงไปดูสถานที่เก็บหีบบัตรเลือกตั้ง ที่เก็บรักษาไว้ที่ชั้นล่างของอาคารเดิม ของ กกต.ที่อยู่ติดกัน ซึ่งตัวแทนมวลชน ได้เดินดู (ภายนอก) และถ่ายภาพโดยรอบ ก่อนกลับขึ้นมายังห้องประชุม กล่าวติติง กกต.ว่า สถานที่เก็บรักษาหีบบัตร ไม่มีความปลอดภัย หน้าต่างบานเลือนเปิดออกได้หลายบาน กล้องวงจรปิดมีน้อย เจ้าหน้าที่ กกต.จึงรับปากว่าจะติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมได้อีกทั้ง ๆ ที่เดิมก็มีอยู่แล้ว ตามความประสงศ์ของมวลชน หรือ หากกลุ่มมวลชนต้องการจะนำกล้องวงจรปิด มาติดตั้งเสริมร่วมกับ กกต.ก็ยินดีอย่างยิ่ง เพราะนอกจาก มีกล้องวงจรปิดแล้ว กกต.ยังจัดให้มี รปภ. หมุนเวียนกันตลอด 24 ชั่วโมง.