เมื่อวันที่ 10 ก.พ.69 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ร่วมกับสหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA) พร้อมด้วย นักมวยไทย, ครูมวยไทย และเหล่าบรรดานักแสดงมวยไทยโบราณ ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว ในโครงการ Sports Tourism Muaythai Master class ประจำปี 2569 ที่โรงยิมเนเซียม สนามกีฬาปรินซ์ ไฟซัล บิน ฟาห์ด สปอร์ต ซิตี้ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย
นำโดย พล.ต.หม่อมเจ้า นวพรรษ์ ยุคล ประธานที่ปรึกษา IFMA, ม.ล.อนุพร เกษมสันต์, นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย, นายณัฐพล อันตรเสน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย กกท., สเตฟาน ฟ็อกซ์ เลขาธิการ IFMA และประธานสภาการต่อสู้โลก, ประธานองค์กร United Through Sports

ทางด้านครูมวยไทย นำโดย รศ.ดร.อนันต์ เมฆสวรรค์, นายสุพันธ์ ชะใบรัมย์, นายสุรสิทธิ์ ภูงามเงิน และนักมวยไทยที่เป็นตัวแทน “ทูตมวยไทย” มาจัดกิจกรรมส่งเสริมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว (Sports Tourism) ประจำปี 2569 ได้แก่ ร.อ.สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว บัญชาเมฆ ยอดนักมวยไทยขวัญใจชาวไทยและแฟนมวยต่างชาติ รวมถึง ธนกฤษ สิทธิกุล หรือ ฤทธิ์เทวดา เพชรยินดีอะคาเดมี และจันทกานต์ มโนบาล หรือ พญาหงส์ อโยธยาไฟท์ยิม
บรรยากาศพิธีเปิดงาน Sports Tourism Muaythai Master class ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก อับดุลลาซิซ อัลบานัน ซีอีโอสหพันธ์มวยไทยแห่งซาอุดีอาระเบีย กล่าวเปิดงาน โดยมีนักมวยไทย ผู้ฝึกสอนจากค่ายมวยไทยในซาอุดีอาระเบีย และผู้ที่สนใจมวยไทยลงทะเบียนเข้าร่วมฝึกอบรมทักษะกีฬามวยไทยกว่า 300 คน

พล.ต.หม่อมเจ้า นวพรรษ์ ยุคล กล่าวว่า เป็นเกียรติอย่างยิ่งและมีความสุขมากที่ได้มาร่วมพิธีเปิด การฝึกอบรมมวยไทยระดับมาสเตอร์คลาสเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย วันนี้เป็นมากกว่าการฝึกซ้อมเพราะคือ การเฉลิมฉลองมิตรภาพอันแข็งแกร่ง และเติบโตอย่างต่อเนื่องระหว่างไทย กับซาอุดีอาระเบีย กีฬมวยไทยเสริมสร้างความผูกพันระหว่าง 2 ประเทศผ่านเรื่องราวเกียรติยศ ประเพณี ความเคารพ ความเป็นเลิศ และการเล่นอย่างยุติธรรมเป็นแรงบันดาลใจให้เราเติบโตไปด้วยกัน ขอบคุณประเทศซาอุดีอาระเบียอย่างจริงใจสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น
หลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดงานเป็นการเปิดตัว นักมวยไทยระดับซุปเปอร์สตาร์ บัวขาว บัญชาเมฆ, ฤทธิ์เทวดา เพชรยินดีอะคาเดมี และพญาหงส์ อโยธยาไฟท์ยิม เพื่อเข้าสู่การเรียนทักษะมวยไทย ไล่เรียงตั้งแต่การยืนจดมวย การออกอาวุธหมัด เท้า เข่า ศอก ปิดท้ายที่การฝึกฝนทักษะการไหว้ครูมวยไทย

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ถือว่าเป็นปีที่ 3 ที่ไทยนำศิลปะแม่ไม้มวยไทยมาเผยแพร่ต่างประเทศ นอกจากการนำมวยไทย มาเผยแพร่แล้วความสำคัญหนึ่งคือการมาเจริญความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระหว่าง ไทยกับซาอุดีอาระเบีย ให้มั่นคงและยั่งยืน ซึ่งในอนาคต จะนำไปต่อยอดเรื่องความร่วมมือกันในมิติด้านต่าง ๆ อาทิ กีฬา, การท่องเที่ยว, การเกษตร และมิติเรื่องของเศรษฐกิจ อนาคตอาจจะมีการทำบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) หรือสนธิสัญญาต่าง ๆ ซึ่งในเบื้องต้นเรื่องของภาคส่วนกีฬานั้น ทางซาอุดีอาระเบีย ได้แจ้งกับทาง กกท. ในอนาคตที่จะร่วมมือกันพัฒนากีฬาระหว่าง 2 ประเทศไว้แล้ว โดย ณ วันนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวไทย ที่เกิดจากการนำกีฬามาเผยแพร่โดยเฉพาะเรื่องของมวยไทยนั้น เป็นที่น่าพึงพอใจอย่างมาก วันนี้เรามั่นใจแล้วว่า แฟนกีฬาทั่วโลกรักมวยไทย เราต้องกลับไปคิดต่อไปว่า ทำอย่างไรที่จะทำให้แฟนมวยไทยทั่วโลกได้สัมผัสคนที่มีชื่อเสียง อย่างเช่นที่มาที่กรุงริยาด เราจะเห็นได้ว่า บัวขาว บัญชาเมฆ เป็นไอดอลถูกรุมล้อมถ่ายรูป และขอลายเซ็นจำนวนมาก การทำรูปแบบนี้เป็นการเผยแพร่มวยไทยที่พวกเขารักได้เป็นอย่างดี โจทย์ต่อไปคือเราจะทำอย่างไรให้พวกเขาเข้าใจมวยไทยมากยิ่งขึ้น และอยากที่จะกลับมาเรียนรู้ฝึกฝนมวยไทยที่ประเทศไทย

นายอรรถกร กล่าวต่อไปว่า มวยไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตที่ได้รับการถ่ายทอดจากครูสู่ศิษย์ จากรุ่นสู่รุ่น สำหรับชาวต่างชาติที่สนใจศึกษากีฬามวยไทยให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นที่ประเทศไทย เราได้แนะนำ “Muaythai Platform” ซึ่งช่วยให้ผู้สนใจมวยไทยชาวต่างชาติสามารถลงทะเบียนเรียนกับค่ายมวยไทยที่ได้รับการรับรองในประเทศไทยได้ กกท. กำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการออกวีซ่าที่เหมาะสม เช่น วีซ่าเพื่อการศึกษา 90 วัน และการพำนักระยะยาว 180 วัน
สำหรับกิจกรรมส่งเสริมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว (Sports Tourism) ประจำปี 2569 จัดขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมกีฬาของประเทศเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ กำหนดให้อุตสาหกรรมกีฬาเป็นหนึ่งในสาขาเป้าหมายหลักที่จะต้องได้รับการยกระดับสู่สากล กกท. จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว โดยมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนกีฬา “มวยไทย” เป็นการบูรณาการมิติด้านกีฬาเข้ากับการท่องเที่ยว หรือ Sports Tourism เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สนใจมวยไทยให้เดินทางกลับสู่ประเทศไทย อันเป็นการสร้างโอกาสและนำเสนอบทบาทสำคัญในการประชาสัมพันธ์มวยไทย ให้ได้รับการยอมรับเป็นวงกว้าง ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างชื่อเสียง สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศอย่างต่อเนื่อง.





