เมื่อวันที่ 11 ก.พ. นางสาวเกศสุดา มงคลนาวิน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม (พมจ.ฯ) สั่งการให้เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครพนม (บพด.ฯ) เดินทางไปยังโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม เพื่อขอรับตัวเด็กหญิงฝ้าย (นามสมมุติ) อายุ 7 ขวบ โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครูคอยอำนวยความสะดวก หลังจากญาติของน้องฝ้ายร้องเรียนไปยังเพจเฟซบุ๊ก “คุณต้นอ้อ มูลนิธิเป็นหนึ่ง” ว่า น้องถูกพ่อแท้ๆ ล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้ง
โดยน้องฝ้ายมีอาการตื่นกลัวคนแปลกหน้า แต่หลังรู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ ก็มีสีหน้าคลายความกังวลลง และบอกกับเจ้าหน้าที่ บพด.นครพนม ว่า ไม่อยากกลับบ้าน เพราะไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง นอกจากพ่อจะกระทำอนาจารแล้ว บางครั้งเมาสุราก็ทุบตีไม่ต่างจากสัตว์
เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ฟังความเลวร้ายในบ้านจากปากเด็กหญิง ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ก่อนนำตัวไปเยียวยาและฟื้นฟูสภาพจิตใจที่ บพด.นครพนม
ด้านคดีความ พ.ต.อ.ธนชิต สุขพัฒนานรากุล ผกก.สภ.เมืองนครพนม สั่งการให้ พ.ต.ต.ศักดา ต้นจันทร์ สารวัตรปราบปราม (สวป.) และ ร.ต.ท.ชัยวุฒิ อดทน รอง สวป. ร่วมกับนายจักรพล เที่ยงภักดิ์ ปลัดอำเภอเมืองนครพนม กลุ่มงานความมั่นคง ลงพื้นที่ไปยังบ้านหลังหนึ่งเพื่อจับกุมตัวนายพงษ์ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี
ที่เกิดเหตุพบนางคำ (นามสมมุติ) อายุ 62 ปี ผู้เป็นแม่ นั่งอยู่หน้าบ้าน โดยขณะนั้นนายพงษ์นอนอยู่ในห้อง เมื่อรู้ว่ามีเจ้าหน้าที่มาจับกุม พยายามหลบหนีแต่ถูกควบคุมตัวไว้ได้ก่อน
จากการตรวจค้นภายในห้องพบเสื้อผ้าและสิ่งของกระจัดกระจาย และพบอุปกรณ์การเสพยาบ้าซุกอยู่ในที่นอน นายพงษ์ยอมรับว่าเมื่อวานนี้ (10 ก.พ.) เพิ่งเสพไป 1 เม็ด โดยซื้อมาในราคาเม็ดละ 50 บาท

สอบถามเบื้องต้น นายพงษ์ให้การภาคเสธว่า ไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศลูกสาว แต่หากกระทำในขณะเมาสุรา ก็ยอมรับว่าอาจขาดสติทำไปโดยไม่รู้ตัว พร้อมยังกล่าวว่า “ก็ขึ้นอยู่กับหลักฐาน”
ทั้งนี้ ก่อนที่เรื่องจะถูกเปิดเผย เนื่องจากญาติของนายพงษ์ผู้ต้องหาเกิดความไม่ไว้วางใจ เพราะเห็นนายพงษ์ชอบพาน้องฝ้ายเข้าไปในป่าบ่อยครั้ง อีกทั้งก่อนหน้านี้นายพงษ์มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงทุบตีลูกสาวเป็นประจำ ญาติจึงเกรงว่าหลานสาวอาจไม่ปลอดภัยจากการถูกทำร้ายร่างกาย
ต่อมาเมื่อญาติสอบถามหลานสาวเพื่อจะพาตัวออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว น้องฝ้ายได้พูดขึ้นว่า “พ่อข่มขืนหนูด้วย ถ้าไม่ยอมก็จะถูกทุบตี” ญาติจึงร้องเรียนไปยังเพจ “คุณต้นอ้อ มูลนิธิเป็นหนึ่ง” เพื่อขอความช่วยเหลือให้น้องออกจากขุมนรกดังกล่าว
ขณะเดียวกัน เพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงให้ข้อมูลว่า สงสัยมานานแล้วว่าเหตุใดนายพงษ์จึงชอบพาลูกสาวเข้าไปในป่าบ่อยๆ โดยก่อนหน้านี้มีการพูดคุยกันเล่นๆ ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นจริง
สำหรับนายพงษ์มีประวัติเสพยาบ้าจนเกิดอาการหลอนและคลุ้มคลั่ง เคยถูกนำตัวไปบำบัดไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง แต่หลังปล่อยตัวกลับมาก็ยังเสพยาบ้าเช่นเดิม ส่วนภรรยาของนายพงษ์อยู่ระหว่างต้องโทษในเรือนจำ ในคดีจำหน่ายและเสพยาบ้า
ด้านนางคำ ซึ่งถูกน้องฝ้ายพาดพิงว่า ขณะถูกพ่อกระทำอนาจารในห้องนอน เมื่อร้องขอความช่วยเหลือ ย่าจะมาเคาะประตูและบอกให้เบาๆ ไม่เช่นนั้นจะไปแจ้งตำรวจ แต่ไม่ได้เข้าช่วยเหลือโดยตรง
อย่างไรก็ตาม นางคำอ้างว่า ก่อนหน้านี้เห็นลูกชายมักทำร้ายหลานสาว จึงไม่อยากเข้าไปยุ่ง และไม่คิดว่าจะมีการล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้น



