สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ว่านายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย กล่าวถึงการที่ข้อตกลงควบคุมการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ “นิว สตาร์ต” ระหว่างสหรัฐกับรัสเซีย หมดอายุเมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลมอสโกไม่ได้รีบร้อน ที่จะเริ่มพัฒนาหรือติดตั้งอาวุธเพิ่มเติม


ลาฟรอฟอธิบายว่า รัสเซียดำเนินการบนพื้นฐานที่ว่า การระงับขยายคลังอาวุธตามที่ผู้นำรัสเซียประกาศไว้ จะยังคงมีผลบังคับใช้ และจะยังคงอยู่ตราบเท่าที่สหรัฐไม่กระทำการใดก็ตาม ให้เกินกว่าขีดจำกัดที่กำหนดไว้เท่านั้น


สำหรับสนธิสัญญานิว สตาร์ต นั้น ลงนามครั้งแรกเมื่อปี 2553 จำกัดให้รัสเซียและสหรัฐมีหัวรบนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ที่ติดตั้งพร้อมใช้งานได้ไม่เกิน 1,550 หัวรบ ซึ่งเป็นการลดจำนวนลงเกือบ 30% จากขีดจำกัดเดิมที่เคยกำหนดไว้เมื่อปี 2545


นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยังอนุญาตให้แต่ละฝ่ายสามารถเข้าไปตรวจสอบคลังอาวุธนิวเคลียร์ในสถานที่จริงของอีกฝ่ายหนึ่งได้ แต่การตรวจสอบเหล่านี้ได้ถูกระงับไปในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และยังไม่มีการกลับมาดำเนินการตรวจสอบอีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา


ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เรียกร้องให้มีการเจรจากรอบการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ฉบับใหม่แทน โดยย้ำว่า “ต้องมีความเข้มงวดมากขึ้น” และแสดงความต้องการให้จีนเข้ามาร่วมเจรจาด้วย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลปักกิ่งยังคงยืนกรานปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่า “ตอนนี้ยังไม่พร้อม”.

เครดิตภาพ : AFP