เมื่อวันที่ 12 ก.พ. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย เข้าเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งคณะรัฐมนตรี ว่า ยังมีเวลา รอให้ กกต.รับรอง สส.ก่อน “วันนี้จะประชุมว่าที่ สส. ที่พรรคภูมิใจไทย เพื่อดูว่าอาคารที่ทำการพรรคจะรองรับ สส. ได้หรือไม่ เพราะออกแบบมาไว้รองรับ สส. 60-70 คน วันนี้มาเกือบ 200 คน
ต่อไปนี้การทำงานจะต้องมีสถานที่ให้ สส.ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดก่อนมาประชุมสภา เพื่อให้เตรียมตัว ไม่อยากย้ายที่ ที่นี่เฮงดี อยู่กันมาตั้งแต่มี สส. 17 คน แล้วเพิ่มมาเป็น 34 คน มาเป็น 51 คน มาเป็น 71 คน ตอนนี้ก็แตะ 200 แล้ว ก็ถือว่าฮวงจุ้ยดี หัวหน้าพรรคดี” จากนั้น คณะของนายอนุทินเดินเท้าไปไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ และว่า ได้ขอพรขอให้ประเทศไทยเป็นที่ยำเกรง ส่วนคนที่คิดไม่ดีกับประเทศไทย ต้องพังพินาศ พร้อมขอให้ประชาชนคนไทยมีความสุข

ก่อนเข้าพรรคช่วงบ่าย นายกฯ หนูให้สัมภาษณ์ถึงการที่สื่อต่างประเทศประเมินว่าประเทศไทยเป็นผู้ป่วยแห่งเอเชียว่า นั่นคือการวิเคราะห์มาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วๆ มา แต่หลังมีการเลือกตั้งก็มีบทความของสื่อต่างประเทศหลายฉบับพูดถึงความมั่นใจของประเทศไทยจากนี้เป็นต้นไป สิ่งที่เราจะทำต้องรักษาวินัยการเงินการคลังเพื่อให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจพื้นฐานของเราจะเข้มแข็ง แต่สิ่งที่เราพิสูจน์ให้ต่างชาติได้เห็น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทจัดลำดับเครดิตความน่าเชื่อถือ คือที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ดำเนินการได้ทันท่วงทีตอนมีงบเหลือจ่าย แทนที่จะนำงบเหล่านั้นไปทำเรื่องประชานิยมเหมือนรัฐบาลที่แล้วๆ มา ก็นำมาไปคืนหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทำให้ต่างชาติเห็นว่าประเทศไทยยังมีวินัยเรื่องการใช้เงิน ทำให้อันดับประเทศไทยไม่ลดลงไป และยังคงอยู่ในสภาพ 3 บี พลัส
ปัญหาการเมืองไม่นิ่งคืออดีต จากผลการเลือกตั้งที่ได้เห็นกันคร่าวๆ แนวโน้มน่าจะเป็นการแสดงถึงเสถียรภาพทางการเมืองในระดับหนึ่ง และเรื่องของขั้ว เรื่องความขัดแย้งต่างๆ มันไม่ได้ขัดแย้งรุนแรง ทุกคนอาจมีวาทกรรมโต้เถียงกันไปมาแต่ยังอยู่ในเกมช่วงหาเสียงเลือกตั้ง แต่เมื่อการเลือกตั้งผ่านไปแล้ว ทุกอย่างอยู่ในร่องในรอย ไม่มีการขยายความ ต่อความยาวสาวความยืดต่อกันถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะทำให้สภาชุดนี้เข้มแข็ง

เสี่ยหนูกล่าวย้ำว่า จากนี้ไปไทยก็น่าจะดีขึ้น เพราะคนเชื่อมั่นว่าหลังการเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลจะไม่มีใครมากดดัน ชี้นำ ถ้าเราตั้งรัฐบาลได้ก็จะเป็นรัฐบาลที่มีความเข้มแข็ง เป็นตัวของตัวเอง และมีความมุ่งมั่นในการที่จะใช้บุคลากรมืออาชีพเข้ามาแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ ไทยไม่ใช่คนป่วยแห่งเอเชีย (Sick Man of Asia) คนที่พูดเรื่องนี้เขาอาจจะมีอคติบางอย่างกับประเทศไทย เพราะประเทศไทยเป็นประเทศแห่งโอกาส เราเป็นศูนย์กลางอาเซียนที่ได้เปรียบเรื่องภูมิรัฐศาสตร์
“มั่นใจว่า เราสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยที่นายกฯ ไม่ต้องเปลี่ยน ขอให้เชื่อเถอะว่าเราจะกลับมาอย่างเต็มสูบ” นายกฯ กล่าว เมื่อถามว่าสูตรรัฐบาลใหม่ยืนยันว่าจะไม่มีพรรคการเมืองที่มี สส.เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตหรือเป็นนักการเมืองสีเทา นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็ต้องยืนยัน”

ต่อมา นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี และนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมกันแถลงถึงกรณีที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ หรือทีไอ (Transparency International) เปิดเผยดัชนีการรับรู้การทุจริตหรือซีพีไอ ประจำปี 2568 ระบุว่าประเทศไทยได้คะแนน 33 จาก 100 คะแนน อยู่ในอันดับ 116 จาก 182 ประเทศ
นายกฯ อนุทิน กล่าวว่า นี่ไม่ใช่เรื่องที่ดี มีผลต่อการตีความว่าเราอาจเป็นประเทศที่มีการทุจริตสูง และมีความโปร่งใสที่ต่ำ ได้สั่งการเลขาธิการ ป.ป.ท.และนายบวรศักดิ์เร่งเตรียมการปรับปรุงวิธีการ ปรับปรุงกฎหมาย ขั้นตอน ระเบียบ กฎกระทรวง หรือตรากฎหมายออกมาใหม่ เพื่อใช้ปราบปราม ต่อสู้เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เร่ง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชนอย่างจริงจัง เป็นกฎหมายให้ประชาชนไม่ต้องจ่ายค่าอำนวยความสะดวกในขั้นตอนต่างๆ ของการติดต่อราชการ
“ผมไม่สบายใจเกี่ยวกับค่าคะแนนซีพีไอซึ่งถือว่าเราสอบตก ประเทศไทยเร่งดำเนินการเข้าไปเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) จะทำให้การทำธุรกรรมต่างๆ ของไทยถูกยกระดับขึ้นมา”
ความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาล ขณะนี้พรรคใหญ่ยังนิ่ง เหมือนรอผลจาก กกต.ให้ชัดเจน “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนครั้งแรก ภายหลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ว่า ช่วงหลังเลือกตั้งที่หายไปตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. เนื่องจากมีอาการป่วย ซึ่งไม่เคยป่วยหนักขนาดนี้มาก่อน วันนี้หายแล้วยังมีปัญหาเรื่องเสียงอีกนิดหน่อย
ผลลัพธ์ที่ได้ไม่มีอะไรต้องเสียใจ เพราะทำดีที่สุดแล้ว ทีมงานก็ทำดีที่สุดแล้ว สิ่งที่เราทำตั้งแต่เราลงเลือกตั้งมาจนถึงวันนี้เป็นที่น่าพอใจ เราพบมีปัญหาหลายเขต ซึ่งเราจะรวบรวมข้อมูลเปิดรับร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ของพรรค และตนยังเป็น สส.บัญชีรายชื่อต่อไปแน่นอน ยังไม่ได้ประเมินว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แล้วแต่กรรมการบริหารพรรค
หลังจบสัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวได้แซวนายยศชนัน ที่สวมเสื้อสีแดงมาวันนี้ กลัวจะถูกจับผิดเรื่องสีเสื้อใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ใช่ เพราะกลัวว่าจะถูกจับผิดเรื่องใส่เสื้อสีฟ้า

ภูมิใจไทยจะประชุมพรรค ซึ่งเป็นที่จับตาทิศทางการตั้งรัฐบาล ช่วงเช้า “รมต.เหน่ง” ตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และว่าที่ สส.อีก 4 คน เดินทางมาที่พรรคภูมิใจไทย โดยกล่าวสั้นๆ ว่า “มาในฐานะพรรคร่วม” พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ก็ได้เดินทางมาเช่นเดียวกัน หารือสักพัก พล.อ.รังษีก็กลับ
เวลา 13.19 น. เสี่ยหนู เดินทางมาถึงพรรค เขาได้ยินดีกับ ว่าที่ สส. ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนที่จะเดินไปร้านกาแฟ “JARISTAA” (จาริสตาร์) โดยสั่งกาแฟกับ “จ๋า” ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา สั่ง “ดับเบิลเอสเพรสโซ” ซึ่งภริยาซึ่งเป็นคนลงมือทำให้ แต่นายกฯ ไม่ได้พกเงิน ต้องให้นายวราวุธ ศิลปอาชา จ่ายให้ 90 บาท ท็อปควักแบงก์ร้อยจ่ายบอกไม่ต้องทอน

นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ว่าที่ สส.อุบลราชธานี นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ และน.ส.นวินดา สวัสดิ์เดชดี พรรคใหม่ ร่วมแถลงข่าว ยืนยันว่ามีนายสุรทิน และน.ส.นวินดา รวมถึง พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ จะสนับสนุนเสี่ยหนูเป็นนายกฯ
นายไผ่ ลิกค์ ว่าที่ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “เราจะเป็นรัฐบาลและจะสานงานต่อทันที กำแพงเพชรต้องดีขึ้นมาก” ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมา เกิดกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยอาจจะดัดหลังพรรคกล้าธรรม ไม่นำมาร่วมพรรคร่วมรัฐบาลใหม่
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาล ว่า “ขณะนี้ยังไม่มีอะไรแน่นอน และยังไม่ทราบว่าพรรคใด ได้จำนวน สส.กี่ที่นั่งกันแน่ แต่มีบางพรรคที่ไปมอบตัวแล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติในการประสานงานกัน ขณะนี้ไม่ได้เสียกำลังใจ เพราะปัจจุบันยังมี สส.อยู่ในมือจำนวน 58 ที่นั่ง”

“และยังมีแนวร่วมอีกมากที่มีอุดมการณ์เดียวกัน การเมืองของผมสเต็ปไม่ธรรมดาก็แล้วกัน และสมการทางการเมือง ณ ขณะนี้ ยังไม่มีอะไรแน่นอนในการที่จะเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล และไม่กังวลการคำนวณสูตรจัดตั้งรัฐบาลธงชาติไทยน้ำเงิน ขาว แดง อาจจะเป็นสีอื่นก็ได้”
ในการประชุมว่าที่ สส. และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ภายหลังผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไม่เป็นทางการ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้จำนวนที่นั่ง สส.มากที่สุด 193 คน แบ่งเป็น สส.แบบแบ่งเขต 174 คน และสส.แบบบัญชีรายชื่อ 19 คน ดรีมทีมพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงและนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียง เข้าร่วมประชุมด้วย
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวต่อที่ประชุมตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พวกเราทุกคนในรอบนี้ถือว่าได้รับโอกาสอันทรงเกียรติยิ่งจากประชาชน ถือเป็นพัฒนาการและความก้าวหน้าของพรรคภูมิใจไทย ที่เห็นได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะ สส.บัญชีรายชื่อ ที่เพิ่มจากคราวที่แล้ว 3 คน มาเป็น 19 คน มีบุคลากรที่มีคุณภาพมาช่วยพรรค ขอให้ปรบมือให้เกียรติ รมต. 3 คน ทำให้เราได้รับความนิยม ศรัทธาเพิ่มมากขึ้น.



