สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า มีแผนที่จะเดินทางไปเยือนเวเนซุเอลา แต่ยังไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอน พร้อมทั้งแสดงความพึงพอใจต่อการทำงานของรัฐบาลรักษาการเวเนซุเอลา ภายใต้การนำของนางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดี แม้โรดริเกซเป็นหนึ่งในเครือข่ายของประธานาธบดีนิโคลัส มาดูโร ซึ่งถูกหน่วยรบพิเศษของสหรัฐบุกเข้ามาควบคุมตัวถึงที่กรุงการากัส เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา
OFAC authorized negotiations for new oil and gas contracts (GL49), although each new contract requires individual approval.
— Jose Ignacio Hernández G. (@ignandez) February 13, 2026
GL50 authorized all gas and oil operations for specific investors, including Chevron. This appears to be a broad license that covers all activities. pic.twitter.com/fGb9ZV24yO
ท่าทีดังกล่าวของทรัมป์เกิดขึ้น หลังสำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ (โอเอฟเอซี) สังกัดกระทรวงการคลังสหรัฐ ประกาศการมอบใบอนุญาตทั่วไปให้กับบริษัท บีพี เชฟรอน เอนี เรปโซล และเชลล์ ในการดำเนินธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ในภาคส่วนน้ำมันหรือก๊าซในเวเนซุเอลา แต่ยังต้องอยู่ “ภายใต้เงื่อนไขบางประการ”
ทั้งนี้ โอเอฟเอซีกำหนดให้การชำระค่าส่วนแบ่งจากน้ำมันและก๊าซ จะต้องเข้าสู่บัญชีที่กำหนดโดยกระทรวงการคลังสหรัฐ ซึ่งสอดคล้องกับจุดยืนของรัฐบาลทรัมป์ที่ว่า สหรัฐจะเป็นผู้จัดการสินทรัพย์ที่อยู่ในการดูแลเพื่อประโยชน์ของเวเนซุเอลา
When asked about next steps in Venezuela, President Trump says the U.S. relationship with the country is "as good as it can possibly be." The president also said he is planning to visit Venezuela soon. https://t.co/weBRXBrNcJ pic.twitter.com/TOniKe7Lhm
— ABC News (@ABC) February 13, 2026
นอกจากนี้ ใบอนุญาตฉบับที่ 2 ของโอเอฟเอซียังอนุญาตให้บริษัทต่าง ๆ เจรจาสัญญาสำหรับการลงทุนในอนาคตได้ อย่างไรก็ตาม สหรัฐจะยังคงสั่งห้ามไม่ให้บางประเทศเข้าร่วม ซึ่งรวมถึง จีน อิหร่าน และรัสเซีย
อนึ่ง นายคริส ไรธ์ รมว.พลังงานสหรัฐ ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของรัฐบาลวอชิงตัน ซึ่งเยือนเวเนซุเอลาอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในประเทศแห่งนี้ ซึ่งไรธ์เข้าพบโรดริเกซ และถ่ายทอดคำชมจากรัฐบาลทรัมป์ สำหรับความร่วมมือที่ได้รับ รวมถึงการผลักดันการปฏิรูปกฎหมายในภาคส่วนน้ำมันของเวเนซุเอลา ที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน ไรธ์ยืนยันว่า มาตรการการคว่ำบาตรน้ำมัน ที่สหรัฐบังคับใช้กับเวเนซุเอลามาตั้งแต่ปี 2562 นั้น “สิ้นสุดลงแล้วโดยพื้นฐาน” และเรียกร้องให้มีการเพิ่มการผลิตน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และไฟฟ้าอย่างมหาศาล ซึ่งจะช่วยปรับปรุงโอกาสในการทำงาน ค่าจ้าง และคุณภาพชีวิตของชาวเวเนซุเอลา.
เครดิตภาพ : AFP



