เมื่อวันที่ 14 ก.พ. พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. สั่งการ พ.ต.อ.สาธิต สมานภาพ ผกก.5 บก.ทล. พ.ต.ท.ยุทธ จตุรชัยภิญโญ สว.ส.ทล.3 กก.5 บก.ทล. จับกุม นายกิตตินันท์ อายุ 29 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ รวมน้ำหนัก 60 กก., รถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีเทา และ โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง
สืบเนื่องจากขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วัดโบสถ์ ตั้งด่านจุดตรวจ/จุดสกัดกั้นยาเสพติด บนถนนทางหลวงหมายเลข 11 (ขาล่อง) สายอุตรดิตถ์-พิษณุโลก บริเวณจุดตรวจบ้านท่างาม หมู่ 2 ต.วัดโบสถ์ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก พบรถเก๋งโตโยต้า ดังกล่าวขับเข้ามายังจุดตรวจ จึงส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอตรวจสอบ แต่ผู้ขับกลับเร่งเครื่องหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ขับรถสายตรวจติดตามอย่างกระชั้นชิด พร้อมประสานตำรวจทางหลวงประจำหน่วยบริการตำรวจทางหลวงบ้านป่าช่วยสกัดจับได้บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 11 กม.237+600 ต.บ้านป่า อ.เมืองพิษณุโลก พร้อมควบคุมตัวนายกิตตินันท์ คนขับเป็นอดีตข้าราชการทหารเอาไว้ได้

แต่ขณะคุมตัวนายกิตตินันท์ มีอาการพิรุธ สั่นประหม่า และให้การวกวน เจ้าหน้าที่จึงตรวจค้นบริเวณท้ายรถ พบกระสอบสีเหลือง 2 กระสอบ ภายในมีถุงชาบรรจุยาไอซ์ และยังพบเครื่องแบบทหารอยู่ภายในรถแขวนไว้เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่เวลาที่เจอด่านตรวจ
สอบสวนให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากบุคคลไม่ทราบชื่อให้เดินทางไปรับยาไอซ์ของกลางที่ ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ก่อนกำลังขนไปส่งให้เอเย่นต์ที่ กทม. แต่ถูกจับกุมได้เสียก่อน เบื้องต้นแจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษชประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน/ไอซ์) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานซึ่งสั่งให้หยุดรถ” ก่อนนำตัวและของกลางส่ง พงส.สภ.วัดโบสถ์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุเมาขับรถชนหญิงวัย 51 ปี เสียชีวิตในพื้นที่ จ.ลพบุรี แล้วหลบหนี แต่พลเมืองดีช่วยกันสกัดรถไว้ได้ จึงถูกจับกุมดำเนินคดีอีก 1 คดีด้วย




