ใครที่คิดว่า “พรรคกล้าธรรม (กธ.)” จะนอนมาในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากเป็นพันธมิตรที่แนบแน่นกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) คงต้องคิดใหม่ หลังมีข่าวแกนนำพรรคสีน้ำเงินไม่พอใจเพื่อนร่วมงาน โดยจุดเริ่มมาจากการเลือกตั้งเมื่อ “พรรคสีเขียว” เดินเกมการเมืองเจาะฐานเสียงของพรรค ภท. ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ จ.สุพรรณบุรี และในส่วนที่ “นายชาดา ไทยเศรษฐ์” รับผิดชอบอยู่ นอกจากนี้พรรคแกนนำรัฐบาลยังต้องการให้ “นางศุภจี สุธรรมพันธุ์” นั่งรองนายกฯ ควบกระทรวงพาณิชย์ และกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้การผลิตจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สอดคล้องกับการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ ไปในทิศทางเดียวกัน จำเป็นต้องให้กระทรวงเกษตรฯ ที่ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค กธ. รับผิดชอบอยู่มาอยู่ในโควตาพรรค ภท. ซึ่งคงเป็นเรื่องที่ผู้กองคนดังคิดหนัก เพราะที่ผ่านมา ได้วางเครือข่ายไว้ที่กระทรวงเกษตรฯ มาอย่างต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้มี 6 พรรคที่ประกาศเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรค ภท. ประกอบด้วย 1.ประชาธิปไตยใหม่ 1 ที่นั่ง 2.พรรคใหม่ 1 ที่นั่ง 3.เศรษฐกิจ 3 ที่นั่ง 4.พลังประชารัฐ 5 ที่นั่ง 5.เพื่อไทย 74 ที่นั่ง 6.พรรคมิติใหม่ 1 ที่นั่ง รวม 85 ที่นั่ง เมื่อบวกกับภูมิใจไทย 193 ที่นั่ง ร่วมเสียงของรัฐบาลในขณะนี้คือ 278 ที่นั่ง เกินกึ่งหนึ่งมา 28 ที่นั่ง ถ้าหากในที่สุด พรรค กธ. ตกลงกับพรรค ภท. ไม่ได้ อาจดึงพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่มี 22 เสียงเข้ามาร่วมแทน ซึ่งก่อนหน้านั้น “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรค ปชป. ประกาศไว้ก่อนหน้า หากพรรค กธ. เป็น พรรค ปชป. ไม่ขอร่วมงานด้วย ถ้าหาก กธ. เป็นฝ่ายค้าน อาจทำงานร่วมกับ “พรรคประชาชน (ปชน.)” อย่างไม่มีเอกภาพ ส่งผลดีต่อการทำงานของรัฐบาล ที่มีพรรค ภท. เป็นแกนนำ อย่างไรก็ตาม มีข่าว ร.อ.ธรรมนัส ยังไม่ยอม โดยต้องการยึดโควตาเดิม ทำให้พรรค ภท. จำเป็นต้องเปิดตัวพรรค ภท. และพรรคเล็กอื่น ๆ เพื่อกดดันให้พรรค กธ. ยอมคายเก้าอี้ ไม่เช่นนั้นก็มีโอกาสสูงที่จะไม่ได้ร่วมรัฐบาล

ขณะที่ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมทีมเศรษฐกิจของพรรคว่า จะเชิญพรรค กธ. เข้าร่วมรัฐบาล เป็นลำดับถัดไป ต้องจับตาว่า ในที่สุด พรรค ภท. กับ กธ. จะหาข้อสรุปเกี่ยวกับปัญหาของกระทรวงเกษตรฯ ได้หรือไม่ หากตกลงกันไม่ได้ พรรค กธ. คงมีโอกาสสูง ที่จะต้องไปเป็นฝ่ายค้าน หรือถ้ายอม จากนี้ไปทั้งสองพรรคจะมีปัญหาทางใจกันหรือไม่

ด้าน “นายยุทธพร อิสรชัย” อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้ความเห็นกรณีเสียงองรัฐบาลเกิน 300 เสียงว่า มองเป็น 2 ส่วน คือ ตัวเลขคณิตศาสตร์นั้น จะสร้างเสถียรภาพให้รัฐบาลในสภาได้สูง เพราะได้เสียงสนับสนุนท่วมท้น ขณะเดียวกันยังมีเสียง สว. ที่เห็นไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นจึงเชื่อว่าการทำงานในสภา จะไม่เป็นปัญหา แต่ขณะที่เสถียรภาพของระบบการเมืองมีหลายปัจจัยต้องพิจารณา ทั้ง สถานการณ์ เศรษฐกิจ การชุมนุม การแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) ภัยพิบัติที่เป็นโจทย์ท้าทาย แม้ว่ารัฐบาลมีเสถียรภาพ ทางเรื่องเสียงสนับสนุนในสภา แต่ปัจจัยภายนอกสภายังเป็นความท้าทาย

ก่อนหน้านั้น พรรค ปชน. มักออกมาเปิดเผยว่า หน่วยงานของรัฐอย่างกองทัพ มีการทำไอโอ เพื่อโจมตีพรรคส้ม แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา “น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ” หรือ “แก้วตา” อดีต สส.กทม. พรรค ปชน. ออกมาเปิดเผยในรายการถกไม่เถียงช่วงหนึ่งว่า ที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งแล้วออกมาโวยวาย ทำไมไม่ไปลงพรรคอื่น ลงปาร์ตี้ลิสต์พรรคอื่นก็ได้ ทำไมไม่ลง แล้วทำไมถึงมาบอกว่าเคารพในการตัดสินใจของพรรค และไม่ได้คิดว่าจะลงต่อ ไม่เคยไปสมัครพรรคไหน ไม่เคยไปคุยกับพรรคไหนด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นข้อครหาที่ว่า ไม่ได้ลงต่อ แล้วมาโวยวาย คุณต้องลบออกไปจากสมองเลย

“คนที่มาคอมเมนต์เป็นหมื่นเป็นแสนคอมเมนต์ คอมเมนต์เดียวกัน สเปกเตอร์ ซี ที่อยู่ชั้น 4 ตึกอนาคตใหม่ ถ้าคุณไม่หยุด ดิฉันตัดไฟนะคะ ดิฉันบอกก่อน ทำไมจะไม่รู้ ไอโอมีทุกพรรคค่ะคุณ มีทุกพรรคอยู่แล้ว ฟ้องก็ฟ้องค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ปิดสเปกเตอร์ ซี ไปเลยค่ะ ถ้าเกิดจะฟ้อง มันก็ต้องมีหลักฐานสิคะ ถูกไหมคะ” น.ส.แก้วตา กล่าว

เมื่อพิธีกรถามว่า “สเปกเตอร์ ซี” คืออะไร อดีต สส.พรรค ปชน. กล่าวว่า บอกว่าเป็นหน่วยงานไอทีของพรรค ปชน. แต่ไม่ได้มาชี้แจงกับ สส. โดยตรงว่าทำงานอะไร แต่ก็จะมีคนคอยมอนิเตอร์คอมเมนต์ หรือความคิดเห็นเกี่ยวกับพรรค ไม่ว่าจะเป็นทางสื่อมวลชน พูดถึงพรรคยังไง ทั้งฝั่งท็อปนิวส์และฝั่งที่เชียร์พรรค ปชน. แล้วแก้ตัวให้พรรค ชี้แจงให้มันถูกร่องถูกรอยว่าไม่ได้ถูกเข้าใจผิด เป็นคนที่อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่ได้ถามรายละเอียด แต่ตนทราบว่าเขาทำเรื่องนี้ คอยมอนิเตอร์ความคิดเห็นเกี่ยวกับทางการเมืองและพรรค รวมทั้งเป็นทีมที่ทำคอนเทนต์ด้วย เป็นการตอบโต้ด้วย การทำคอนเทนต์บางทีมันก็ไม่พอ เพราะบางทีเวลาไอโออย่างของกองทัพมาลง หรือไอโอนางแบกมาลง มันก็จำเป็นที่จะต้องตอบโต้ด้วยการคอมเมนต์ โพสต์อย่างเดียวมันก็ไม่พอ มันก็ต้องมี มันมีทุกพรรค ไม่ใช่เรื่องผิด

“ดิฉันไม่ได้บอกว่าพรรค ปชน. เป็นคนเลว ที่มีสเปกเตอร์ ซี เขามีกันทุกพรรค ดิฉันไม่เคยโดนถล่มโดยสเปกเตอร์ ซี มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่ดิฉันโดนถล่มโดยไอโอส้มเป็นครั้งแรก แต่ว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยโดน ก่อนหน้านี้ก็จะโดนนางแบกแล้วก็เป็นกองทัพ รัก 112 SAVE 112 อะไรอย่างนี้ที่จะมาถล่มดิฉัน” น.ส.ธิษะณา กล่าว

ขณะที่ “นายพริษฐ์ วัชรสินธุ” โฆษกพรรค ปชน. ได้ออกมาชี้แจง กรณีมีการระบุว่า พรรค ปชน. มีการว่าจ้างบริษัท สเปกเตอร์ ซี ที่อยู่ชั้น 4 อาคารอนาคตใหม่ เพื่อปฏิบัติการทางข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) ว่าพรรคไม่มีการว่าจ้างบริษัทใด ๆ มาดำเนินการไอโอ ขณะนี้อยู่ขั้นตอนพิจารณาว่า จะต้องมีกระบวนการในการพิสูจน์เพิ่มเติมอย่างไร เพื่อให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัย โดยบริษัทสเปกเตอร์ ซี เป็นบริษัทที่พรรคเคยว่าจ้างให้ผลิตสื่อในเพจพรรค เช่น กราฟิกหรือวิดีโอ หากว่าจ้างครั้งไหน ใช้เงินกองทุนกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็จะต้องมีการชี้แจงตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ข้อเท็จจริงในเชิงบริษัท สามารถค้นหาได้ในเชิงสาธารณะ ขอย้ำว่าพรรค ปชน. ไม่ได้มีไอโอแต่อย่างใด ทั้งนี้ชั้น 4 ของอาคารอนาคตใหม่ เป็นที่ทำการของพนักงานประจำของพรรค ปชน. มีฝ่ายทะเบียนและฝ่ายกฎหมาย เราไม่เคยมีการปิดกั้นการเข้าไปถ่ายทำในพื้นที่

เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับ น.ส.ธิษะณา เป็นการส่วนตัวหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า หากมีการวิพากษ์วิจารณ์พรรคจากประชาชน หรืออดีตคนที่เคยทำงาน พรรคก็เฝ้าติดตามอยู่ว่าข้อกล่าวหา ข้อวิจารณ์เป็นเรื่องอะไร หากเป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อน เช่น กรณีที่กล่าวหาพรรคว่ามีไอโอ ก็จะต้องชี้แจงข้อเท็จจริงกับประชาชน ส่วนถ้าเป็นความเห็นของใครคนใดคนหนึ่งที่แสดงออก ขอให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน

นอกจากนี้ “นายพริษฐ์” พร้อมด้วย นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ รองหัวหน้าพรรค ปชน. ได้เปิดพื้นที่ชั้น 3 และชั้น 4 ของอาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการของพรรค ปชน. ให้สื่อมวลชนเข้ามาถ่ายภาพ โดย นายพริษฐ์ ระบุว่า ชั้น 4 ถูกใช้เป็นสถานที่ สำหรับพนักงานประจำของพรรค ปชน. อาทิ ฝ่ายบัญชีและฝ่ายกฎหมาย แต่ขณะนี้มีการนำผ้าใบมาคลุมโต๊ะทำงานไว้ตามที่ปรากฏ เนื่องจากมีการซ่อมระบบปรับอากาศ และย้ายพนักงานลงไปทำงานที่ชั้น 3 เป็นการชั่วคราว ซึ่งที่ผ่านมามีสื่อมวลชนหลายสำนัก และหลายรายการที่เคยเข้ามาใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำ

คำถามคือ ประชาชนจะเชื่อตามที่โฆษกพรรค ปชน. ออกมาชี้แจงหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้เวลาใครออกมาให้ความเห็นพาดพิงพรรคส้ม มักถูกโจมตีในโลกออนไลน์ หรือหลายครั้งกองทัพส้ม ก็ออกมาโจมตีฝ่ายตรงข้ามแบบมืดฟ้ามัวดิน จนเปรียบเสมือนทัวร์ลงฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นเรื่องนี้ คงต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้หลายฝ่ายสิ้นสงสัย

ทีมข่าวการเมือง