เทศกาลตรุษจีน 2569 ในปีนี้ คนไทยเชื้อสายจีน ยังคงให้ความสำคัญกับการไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ แม้การใช้จ่ายซื้อของและเครื่องเซ่นไหว้ จะใช้จ่ายลดน้อยลงตามกำลังซื้อ และสภาพเศรษฐกิจ แต่การจับจ่ายใช้สอยยังถือว่าดีขึ้นกว่าในปีก่อนหน้า
ข้อมูลสถิติเงินสะพัดในช่วงเทศกาลตรุษจีนย้อนหลัง 3 ปี (2567-2569) จากผลสำรวจของ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
เปรียบเทียบเงินสะพัด การใช้จ่ายตรุษจีน 3 ปีย้อนหลัง
- ปี 2567 มูลค่าใช้จ่าย 49,558 ล้านบาท ขยายตัว +10.1% สูงสุดในรอบ 11 ปี เริ่มฟื้นตัวชัดเจนหลังยุคโควิด
- ปี 2568 มูลค่าใช้จ่าย 51,787 ล้านบาท ขยายตัว +4.5% แตะระดับ 5 หมื่นล้านบาทครั้งแรกในรอบ 5 ปี
- ปี 2569 มูลค่าใช้จ่าย 54,221 ล้านบาท ขยายตัว +5.0% สูงสุดในรอบ 6 ปี รับแรงหนุน จากบรรยากาศหลังการเลือกตั้ง

รายละเอียดเชิงลึกใช้จ่ายเงินสะพัดตรุษจีน ปี 2567 ปี 2568 และปี 2569
ปี 2567: การฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง
• สถานการณ์: เป็นปีที่การใช้จ่ายกลับมาคึกคักอย่างเห็นได้ชัด โดยมีมูลค่าเกือบ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 11 ปี
• ปัจจัยหนุน: การกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวจีน (เฉลี่ย 8 แสนคนต่อสัปดาห์ในช่วงนั้น) และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าง Easy E-Receipt
ปี 2568: ก้าวข้ามกำแพง 5 หมื่นล้านบาท
• สถานการณ์: เงินพุ่งทะลุ 5 หมื่นล้านบาทเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19
• พฤติกรรม: ประชาชนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น แต่ยังคงระมัดระวังเรื่องราคาสินค้าที่แพงขึ้น โดยมีการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนในการซื้อของเซ่นไหว้ประมาณ 4,900 บาท
ปี 2569: สูงสุดในรอบ 6 ปี (ควันหลงเลือกตั้ง)
• สถานการณ์: มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยประเมินว่าปีนี้คึกคักที่สุดในรอบ 6 ปี (นับจากปี 2564) โดยมียอดสะพัดกว่า 5.4 หมื่นล้านบาท
• ปัจจัยเด่น: ได้อานิสงส์จาก “หลังการเลือกตั้ง” ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเติมกำลังซื้อ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่
• พฤติกรรมท่องเที่ยว: กว่า 55.9% เน้นท่องเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับ และส่วนใหญ่ (93.2%) ยังคงเลือกเที่ยวภายในประเทศเนื่องจากตรุษจีนปีนี้ตรงกับวันธรรมดา
แม้มูลค่าเงินสะพัดจะเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ผลสำรวจระบุว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังคง “ระมัดระวัง” การใช้จ่าย โดยมักเลือกซื้อเฉพาะของที่จำเป็นเนื่องจากราคาสินค้าเซ่นไหว้ปรับตัวสูงขึ้น



