เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 69 นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยข่าวที่น่ายินดีอีกครั้ง หลังกลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่ารายงานยืนยันการค้นพบ “ตะโขง” (False Gharial) ในพื้นที่ธรรมชาติ ณ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ผ่านหลักฐานภาพถ่ายและวิดีโอที่ชัดเจน ซึ่งเป็นการยุติข้อสงสัยด้านประชากรตะโขงในไทยที่เคยเชื่อกันว่าอาจสูญพันธุ์ไปจากถิ่นอาศัยเดิมตามธรรมชาติไปนานแล้ว

การค้นพบครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 69 โดย นายณัฐวุฒิ ยืนชนม์ ราษฎรในพื้นที่ สามารถบันทึกภาพตะโขงขนาดความยาวประมาณ 3 เมตร ขณะปรากฏตัวริมคลองในช่วงพลบค่ำ ต่อมาทีมเจ้าหน้าที่จากสถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ-ป่าฮาลาบาลา ภายใต้กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า ได้ลงพื้นที่สำรวจและพบตะโขงอีกหนึ่งตัวขนาดความยาว 1.5 เมตร ในบริเวณใกล้เคียงกัน ข้อมูลเชิงประจักษ์นี้บ่งชี้ว่าในระบบนิเวศป่าพรุตากใบมีตะโขงอาศัยอยู่ไม่น้อยกว่า 2 ตัว และมีขนาดที่แตกต่างกัน ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างประชากรที่มีความหวังในการขยายพันธุ์ในอนาคต

ในอดีต “ตะโขง” ถือเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่เป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีถิ่นกระจายพันธุ์ครอบคลุมตั้งแต่ภาคใต้ของไทย มาเลเซีย ไปจนถึงเกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียวของอินโดนีเซีย ทว่าในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ประชากรตะโขงทั่วโลกลดลงอย่างน่าใจหายจากการบุกรุกพื้นที่ป่าพรุเพื่อการเกษตร การสร้างเขื่อน และการล่าผิดกฎหมาย สำหรับประเทศไทยนั้น ข้อมูลทางวิชาการในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา พบเพียงร่องรอยหรือจากคำบอกเล่า แต่ไม่เคยมีการบันทึกภาพตัวตนในธรรมชาติได้อย่างเป็นทางการเช่นครั้งนี้ จนกระทั่งสถานภาพในไทยถูกประเมินว่าอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ หรืออาจสูญพันธุ์ไปแล้วจากธรรมชาติ

ปัจจุบัน สถานการณ์ของตะโขงในระดับโลกยังคงวิกฤติ โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) จัดให้อยู่ในบัญชีแดง (Red List) ประเภท “ใกล้สูญพันธุ์” (Endangered) โดยคาดการณ์ว่าเหลือประชากรตัวเต็มวัยทั่วโลกไม่เกิน 2,500 ตัว นอกจากนี้ ยังเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองในบัญชีหมายเลข 1 (Appendix I) ของอนุสัญญาไซเตส (CITES) ซึ่งควบคุมการค้าและครอบครองอย่างเข้มงวดที่สุด

นายสุขี กล่าวว่า นักวิจัยสัตว์ป่าได้ระบุว่า การพบตะโขงในคลองสายหลักที่ไหลผ่านป่าพรุตอนบนลงสู่ทะเลในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสครั้งนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าระบบนิเวศป่าพรุในภาคใต้ของไทยยังคงความอุดมสมบูรณ์เพียงพอที่จะเป็นแหล่งกบดานสุดท้ายของสัตว์ป่าหายากระดับโลก โดยหลังจากนี้ทางกลุ่มงานวิจัยฯ จะร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยกระดับการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) และเร่งศึกษาวิจัยเชิงลึกเพื่อจัดทำแผนอนุรักษ์พื้นที่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อให้ “ตะโขง” สามารถดำรงอยู่คู่กับผืนป่าไทยต่อไป.

ขอบคุณภาพและข้อมูล กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า Wildlife Research Division, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ นายณัฐวุฒิ ยืนชนม์