สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ว่าบริษัทไบต์แดนซ์ หนึ่งในยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีน ออกแถลงการณ์ยืนยัน การมีความเคารพในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา และได้รับทราบข้อกังวลจากหลายฝ่ายเกี่ยวกับระบบปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) สำหรับผลิตคลิปวีอีโอ “ซีแดนซ์ 2.0” ( Seedance 2.0 )
ไบต์แดนซ์ยืนยันว่า บริษัทกำลังดำเนินการเสริมสร้างระบบป้องกัน เพื่อขัดขวางไม่ให้ผู้ใช้งานนำทรัพย์สินทางปัญญาและภาพลักษณ์ของบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ยังไม่ได้อธิบายรายละเอียดว่า “มาตรการ” ที่จะนำมาใช้นั้นมีอะไรบ้าง
แม้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซีแดนซ์ 2.0 ของไบต์แดนซ์ กลายเป็นกระแสฮือฮาไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ต เนื่องจากความสามารถในการสร้างวิดีโอเอไอที่ “สมจริงอย่างเหลือเชื่อ” อย่างไรก็ตาม สตูดิโอหลายแห่งในฮอลลีวูดแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก และส่งสัญญาณเตือนเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ByteDance says it will add safeguards to Seedance 2.0 following Hollywood backlash https://t.co/fna3yOYhbd
— CNBC (@CNBC) February 16, 2026
ทั้งนี้ บริษัทดิสนีย์ของสหรัฐ ส่งจดหมาย “ให้ระงับการกระทำ” ถึงไบต์แดนซ์ เนื่องจากบริษัทของจีนแห่งนี้ใช้ตัวละครของดิสนีย์ในการฝึกฝนและขับเคลื่อนระบบซีแดนซ์ 2.0 โดยไม่ได้รับความยินยอม ด้วยการลอบติดตั้ง “คลังข้อมูลเถื่อน” ของตัวละครที่มีลิขสิทธิ์จากแฟรนไชส์ของดิสนีย์ รวมถึง สตาร์ วอร์ส และ มาร์เวล
ขณะเดียวกัน ซีแดนซ์ 2.0 นำเสนอตัวละครเหล่านี้ในลักษณะเป็นภาพคลิปอาร์ตสาธารณะ ซึ่งถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของดิสนีย์ พร้อมทั้งกล่าวว่า ระบบเอไอดังกล่าวของไบต์แดนซ์กำลังผลิตซ้ำ แพร่กระจาย และสร้างสรรค์ผลงานดัดแปลงที่มีตัวละคร อาทิ สไปเดอร์แมน ดาร์ธ เวเดอร์ และตัวละครชื่อดังของดิสนีย์อีกหลายตัว
ด้านบริษัทพาราเมาต์ สกายแดนซ์ ส่งจดหมายเตือนอย่างเป็นทางการไปยังไบต์แดนซ์เช่นกัน กล่าวหาว่าบริษัทจีนแห่งนี้ “ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างชัดเจน” หลังปรากฏคลิปไวรัลในจีนที่ใช้เอไอสร้างภาพนักแสดงดังอย่าง ทอม ครูซ และ แบรด พิตต์ ต่อสู้กัน.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



