เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.ลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผวจ.ลพบุรี นำพสกนิกรชาวจังหวัดลพบุรี พร้อมใจกันนุ่งโจง ห่มสไบ แต่งไทย ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ถวายแด่พระสงฆ์ จำนวน 60 รูป โดยมีพระวชิรจริยาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เจ้าอาวาสวัดเสาธงทอง พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เดินออกรับบิณฑบาต เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2569 เพื่อเป็นความเป็นสิริมงคล พร้อมทั้งร่วมกัน ประกอบพิธีสงฆ์ และบวงสรวง ดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ณ พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท ภายในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญของจังหวัดลพบุรี อายุ กว่า 300 ปี ซึ่งเป็นที่เสด็จออกรับคณะราชทูตต่างประเทศ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และเป็นพระที่นั่งองค์เดียว ที่อยู่นอกกรุงศรีอยุธยา และ พิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งพิมานมงกุฎ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อจังหวัดลพบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะปฏิสังขรณ์พระนารายณ์ราชนิเวศน์ และสร้างพระที่นั่งพิมานมงกุฎขึ้นใหม่ เพื่อใช้เป็นที่ประทับเมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองลพบุรี

ภายหลังจากเสร็จพิธีสงฆ์ และพิธีได้มีการรำบวงสรวงจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวลพบุรี กว่า 300 คน รำบวงสรวง ถวายแด่ดวงพระวิญญาณของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บริเวณด้านหน้าพระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท นอกจากนี้ ภายในงาน ยังจัดการแสดงโขน ชุด “พระคเณศเสียงา”จากคณะอาจารย์และนักศึกษา วิทยาลัยนาฎศิลปลพบุรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ จากนั้นมีการแสดงฟันดาบคู่ และศิลปะแม่ไม้มวยไทย มวยคาดเชือก ประกอบในพิธีบวงสรวงอีกด้วย

สำหรับวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญของพสกนิกรชาวจังหวัดลพบุรี และชาวไทยทั่วประเทศ ถือเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ ขององค์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงสถาปนาเมืองลพบุรี เป็นราชธานีแห่งที่ 2 รองจากพระนครศรีอยุธยา เมื่อ 300 กว่าปีที่ผ่านมา และ ถือเป็นช่วงยุคทองของสยามประเทศ ซึ่งชาวลพบุรีจะพร้อมใจกันแต่งไทยทั้งเมือง เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรและบวงสรวงดวงพระวิญาณ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ท่าน เพื่อน้อมรำลึกถึงพระองค์ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวลพบุรี อย่างหาที่สุดมิได้








