สำนักข่าวซืนหัวรายงานจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ว่าบะหมี่ซุปไก่เป็นเมนูซึ่งผู้คนในหลายเมืองทั่วมณฑลอานฮุย ทางตะวันออกของจีน มักรับประทานในเช้าวันแรกของวันขึ้นปีใหม่จีน เนื่องจากคำว่า “ไก่” ออกเสียงคล้ายกับคำศัพท์ภาษาจีนว่า “โชคดี” และบะหมี่เป็นสัญลักษณ์ของอายุยืนยาว


ขณะที่ในอำเภอจิ้งหย่วน ของมณฑลกานซูทางตะวันตกเฉียงเหนือ ประชาชนที่นั่นเชื่อว่า บะหมี่ไม่ได้เป็นเพียงอาหารหลักของมื้อเปิดปีใหม่ แต่ผู้คนยังเลือกรับประทานในวันต่อมาอีกด้วย


งานวิจัยโบราณคดีชี้ให้เห็นว่า จีนเป็นแหล่งกำเนิดบะหมี่เก่าแก่ที่สุดในโลก ย้อนหลังไปราว 4,000 ปี เส้นบะหมี่ถูกขุดพบที่ซากปรักหักพังหล่าเจียทางตะวันตกของมณฑลชิงไห่ ซึ่งมักถูกเรียกว่า “ปอมเปอีแห่งตะวันออก” และเป็นหลักฐานยืนยันถึงประเพณีการบริโภคอาหาร ซึ่งสืบทอดกันมาอย่างยาวนานของชาวจีน


ตามประเพณี บะหมี่ถูกเสิร์ฟในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ผู้คนจะรับประทาน “บะหมี่อายุยืน” ในงานวันเกิดเพราะเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงการอวยพรให้มีอายุยืนยาวและสุขภาพแข็งแรง ขณะเดียวกัน การเสิร์ฟบะหมี่ให้แก่สมาชิกในครอบครัวที่เดินทางกลับบ้านยังเป็นการแสดงออกถึงการต้อนรับที่อบอุ่นใจ


ส่วนในงานแต่งงาน คู่บ่าวสาวมักจะได้รับประทานบะหมี่ เพื่อสื่อถึงความรักที่มั่นคงยืนยาวและชีวิตคู่ราบรื่น ความสำคัญของบะหมี่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังปรากฏในเมนูงานเลี้ยงรับรองระดับรัฐของจีนอีกด้วย


ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา บะหมี่ได้พัฒนาไปสู่รูปแบบที่หลากหลายทั่วจีน อย่างภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้เน้นรสชาติเผ็ดร้อน ส่วนภูมิภาคตะวันออกเน้นรสชาติอ่อนกว่า ขณะที่กลุ่มชาติพันธุ์เกาหลีในเมืองเหยียนจี๋ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีนนิยมบะหมี่เย็น และเมืองหลานโจวในมณฑลกานซู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือนั้น ขึ้นชื่อในเรื่องบะหมี่เนื้อตุ๋น


ส่วนมณฑลซานซีทางตอนเหนือของจีน มักถูกขนานนามว่าเป็นอาณาจักรแห่งบะหมี่ เมื่อนับเฉพาะบะหมี่ต้มมีมากกว่า 200 รูปแบบ ซึ่งแตกต่างกันไปตามวิธีการผลิต ส่วนผสม และเครื่องเคียง แป้งถูกยืด ตัดด้วยกรรไกร หั่นเป็นชิ้น คลึงด้วยมือ หรือกดขึ้นรูปจากแป้งชนิดต่าง ๆ เช่น แป้งสาลี ข้าวโอ๊ต บัควีท ถั่วเหลือง ข้าวโพด หรือข้าวฟ่าง ให้เป็นรูปทรงที่หลากหลาย


นับตั้งแต่การปฏิรูปและเปิดประเทศในช่วงปลายทศวรรษ 1970 การขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดได้ผลักดันให้จีนกลายเป็น “โรงงานของโลก” พร้อมทั้งนำไปสู่การขยายตัวของธุรกิจแฟรนไชส์อาหารจานด่วนอย่างแพร่หลาย ขณะเดียวกัน วัฒนธรรมบะหมี่ดั้งเดิมของจีนก็ได้ปรับตัวสู่ความทันสมัยโดยยึดผู้บริโภคเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการรสชาติอันหลากหลายจากทั่วโลกของเหล่านักชิมชาวจีน


ขณะที่เส้นบะหมี่จากทั่วโลกเข้ามาสู่ตลาดจีน ไม่ว่าจะเป็นราเมนญี่ปุ่น สปาเก็ตตีอิตาลี หรือเฝอเวียดนาม แต่ละชนิดต่างดึงดูดนักชิมที่ต้องการสำรวจรสชาติใหม่ ๆ โดยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จนครั้งหนึ่งเคยถูกยกให้เป็น “สินค้าหรู” ด้วยจุดเด่นด้านความสะดวกสบาย และรสชาติที่มีให้เลือกสรรอย่างหลากหลาย แต่เมื่อสังคมพัฒนาขึ้น ผู้คนมีทางเลือกที่สะดวกสบายกว่าเดิม และการตระหนักถึงสุขภาพที่เพิ่มขึ้นทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกลับไปอยู่ในบทบาทของอาหารทดแทนอีกครั้ง


วิวัฒนาการของบะหมี่ยังสะท้อนผ่านวัตถุดิบที่แปรเปลี่ยนไป โดยเมื่อราว 25 ปีก่อน เส้นบะหมี่ที่ทำจากแป้งสาลีถือเป็นอาหารหลัก แต่ปัจจุบันเส้นบะหมี่ซึ่งทำจากแป้งข้าวโอ๊ตและแป้งถั่วเหลืองกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานในเมืองที่ใส่ใจสุขภาพ และชื่นชอบอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ

ขณะที่ในพื้นที่ทางตอนใต้ของจีน มาตรฐานการครองชีพที่สูงขึ้นสะท้อนให้เห็นได้อย่างเด่นชัด ผ่านความหลากหลายและคุณภาพระดับพรีเมียมของเครื่องเคียงหรือท็อปปิ้งบนหน้าบะหมี่


บะหมี่จีนดั้งเดิมกำลังขยายไปยังตลาดต่างประเทศสำคัญ และได้รับความนิยมจากนานาชาติเพิ่มขึ้นช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาท่ามกลางกระแสความนิยมวัฒนธรรมจีนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก เชฟจากหลายประเทศ เช่น อิตาลีและสเปน ได้เดินทางไปเยี่ยมชมร้านอาหารท้องถิ่นในเซี่ยงไฮ้ เพื่อเรียนรู้เทคนิคการทำบะหมี่จีนแบบดั้งเดิม จากนั้นนำวิธีการเหล่านั้นมาผสมผสานกับวิธีแบบฉบับตะวันตกและสร้างสรรค์อาหารฟิวชันที่ลงตัวและเป็นที่ยอมรับในหลายวัฒนธรรม


หลิวตังเฉิง เชฟอาวุโสที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมอาหารจีน กล่าวว่า สำหรับหลายคนแล้ว บะหมี่เป็นมากกว่าอาหาร มันเป็นเหมือนประตูสู่วัฒนธรรมจีน โดยเฉพาะในช่วงที่กระแส “กลายเป็นคนจีน” ( Becoming Chinese ) กำลังมาแรง ซึ่งผู้คนจากนานาประเทศหันมาใช้ชีวิตในไลฟ์สไตล์แบบจีน และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาใช้บริการร้านบะหมี่ในท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้นด้วย.

ข้อมูล : XINHUA

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES