สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ว่า เครือโรงแรมไฮแอทออกแถลงการณ์ว่า นายโธมัส พริตซ์เกอร์ ลาออกจากตำแหน่งประธานบริหารบอร์ดบริหารขององค์กรแล้ว โดยมีการระบุเหตุผลด้วยว่า เพื่อปกป้องชื่อเสียงและภาพลักษณ์ขององค์กร หลังปรากฏชื่อของพริตซ์เกอร์ในเอกสารเกี่ยวกับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีและอาชญากรทางเพศชื่อกระฉ่อนผู้ล่วงลับ ที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้


ทั้งนี้ พริตซ์เกอร์ยืนยันว่า “เสียใจเป็นอย่างยิ่ง” กับการที่มีความเกี่ยวข้องกับเอปสตีน และ น.ส.กิสเลน แม็กซ์เวลล์ เพื่อนสนิทของเอปสตีน ขณะที่แถลงการณ์ของไฮแอทระบุด้วยว่า พริตซ์เกอร์จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการบอร์ดชุดใหม่ ในการประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือน พ.ค. นี้


จากเอกสารทั้งหมดที่มีความยาวมากกว่า 3.5 ล้านหน้า สื่อมวลชนของสหรัฐพบอีเมลฉบับหนึ่ง เป็นการติดต่อระหว่างเอปสตีนกับพริตซ์เกอร์ เมื่อปี 2561 ซึ่งเอปสตีนขอให้พริตซ์เกอร์ช่วยจัดการเรื่องที่พัก ให้กับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินทางอยู่ในทวีปเอเชีย และผู้หญิงคนนั้นบอกกับพริตซ์เกอร์ว่า “กำลังพยายามหาแฟนใหม่ให้กับเจฟฟรีย์” และพริตซ์เกอร์ตอบกลับว่า “ขอพลังจงสถิตอยู่กับท่าน”


อนึ่ง พริตซ์เกอร์ เป็นลูกพี่ลูกน้องกับนาย เจ.บี. พริตซ์เกอร์ ผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์ ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ ว่า จะลงสมัครชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมแครต ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2571


แม้การเปิดเผย “แฟ้มเอปสตีน” โดยรัฐบาลสหรัฐ สร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงในแวดวงบุคคลผู้ทรงอิทธิพลและร่ำรวยทั่วโลก จนทำให้หลายคนต้องลาออกเพื่อรักษาชื่อเสียงองค์กร อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมสหรัฐกล่าวว่า บุคคลที่มีชื่ออยู่ในเอกสาร ไม่ได้หมายความว่า เป็นผู้กระทำผิดร่วมกับเอปสตีนและแม็กซ์เวลล์.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES