รถไม่ได้พังแต่สตาร์ตไม่ได้! เรื่องเล็กๆอาจกลายไปสู่ความวุ่นวายระดับเมือง! ได้
จากกรณีการเกิดเหตุการณ์ถจักรยานยนต์จำนวนมากที่เข้าเติมน้ำมันในพื้นที่บริเวณปั๊มน้ำมันย่านพระราม 2 ดับเครื่องแล้วสตาร์ตรถไม่ติด ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ที่ใช้ระบบกุญแจรีโมต ต้องเข็นรถประมาณ 300-400 เมตร จึงจะสามารถสตาร์ทติด โดยก่อนหน้านี้ ก็เคยเกิดเหตุลักษณะแบบเดียวกันบริเวณย่าน ถนนอินทราภรณ์ เขตวังทองหลาง ย่านทาวน์อินทาวน์
โดยทาง สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ส่งทีมวิศวกรตรวจสอบคลื่นความถี่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า อุปกรณ์ควบคุมรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติ เป็นระบบควบคุมประตูรั้วบ้าน มีการแพร่สัญญาณในย่านความถี่ 433.85 MHz รบกวน
ปัญหาหาลักษณะนี้เริ่มเกิดขึ้นบ่อย แนวทางแก้ไขและกำกับดูแลเรื่องนี้จะทำอย่างไรได้บ้าง แม้ว่าคลื่นความถี่ 433 MHz เป็นย่านความถี่ไร้สายระยะสั้น ใช้สำหรับอุปกรณ์สื่อสารระยะใกล้ อุปกรณ์บ้านอัจฉริยะ และอุปกรณ์ IoT เช่น รีโมทประตูรถ ไม้กั้นบริเวณทางเข้าภายในหมู่บ้าน โดยเป็นย่านความถี่ที่ใช้งานทั่วไปที่ใช้กำลังส่งต่ำได้รับการยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาตก็ตาม

แหล่งข่าวจาก สำนักงาน กสทช. กล่าวว่า กรณีคลื่นรบกวนเป็นหน้าที่ของ สำนักงาน กสทช.อยู่แล้วที่ต้องตรวจสอบทั่วประเทศ ซึ่งในความเป็นจริงแม้คลื่นดังกล่าวเป็นคลื่นสั้นไม่ต้องขอใบอนุญาตจาก กสทช. แต่ในส่วนของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้คลื่นดังกล่าว จะต้องมีข้อกำหนดว่า ห้ามส่งคลื่นเกินระยะเท่าใด ส่งไปได้ไกลแค่ไหน ไม่ให้เกิดความจำเป็น เพื่อไม่ให้ไปรบกวนอุปกรณ์อื่นๆ อย่างเช่น เคสที่เกิดขึ้น คือ รบกวนรีโมตของรถจักรยานยนต์ จึงทำให้สตาร์ทไม่ติด แล้วสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ทาง กสทช. ก็ต้องเข้าไปดู ว่าอุปกรณ์ ดังกล่าว ได้ผ่านการตรวจสอบจาก กสทช. แล้วหรือไม่ ได้รับอนุญาต ให้วางขายอย่างถูกต้องหรือไม่ ซึ่งหากผ่านการตรวจสอบ จะมีสติกเกอร์ฉลาก กสทช. บนอุปกรณ์ หรือกล่องบรรจุภัณฑ์ ซึ่งจะแสดงเลขที่ใบอนุญาตด้วย ซึ่งสำนักงาน กสทช. มีข้อมูลพวกนี้อยู่หมดว่าใครที่มาขออนุญาตนำเช้าและจำหน่ายบ้าง
หรือในกรณีเป็นอุปกรณ์ของหน่วยงาน อย่างเช่นที่ ย่านทาวน์อินทาวน์ ที่ สมาร์ตมิเตอร์ของหน่วยงานที่ได้รับอนุญาต ส่งสัญญาณรบกวน ก็ต้องลงไปดูและขอให้ ปรับลดความแรงกำลังส่งคลื่นลง ฯลฯ

“อุปกรณ์เหล่านี้ที่ใช้คลื่นความถี่สั้น และเป็นอุปกรณ์สื่อสารระยะใกล้ เช่น อุปกรณ์ IOT รีโมตประตูรถ ที่มีการใช้คลื่นความถี่ พวกนี้จะต้องส่งให้ทาง สำนักงาน กสทช. ตรวจสอบ ทางเทคนิค ก่อน ที่จะได้รับอนุญาตให้วางจำหน่าย มีการส่งคลื่นแรงเกินพื้นที่หรือไม่ มีกำลังส่งเท่าไร ต้องมีมาตรฐานตามที่กำหนด เพื่อป้องกันการส่งคลื่นรบกวนอุปกรณ์อื่นๆ โดยในอดึตเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ก็เคยเกิดกรณี ไม้กั้นบริเวณทางเข้าภายในหมู่บ้าน ๆไปส่งสัญญาณรบกวนคลื่นมือถือ 900 MHz ทำให้สัญญาณอ่อนลง ทำให้ค่ายมือถือร้องมายัง กสทช. จึงลงไปตรวจและได้กกำหนดมาตรฐาน ทำให้ปัญหาหมดไป
แหล่งข่าวจาก สำนักงาน กสทช. กล่าวต่อว่า หากพบปัญหาจากกรณีแบบดังกล่าว ทาง กสทช. ก็ต้องลงไปตรวจ หากพบว่าสาเหตุมาจากอุปกรณ์ เช่น ระบบควบคุมประตูรั้วบ้าน หรือจะเป็นอุปกรณ์ไม่กั้นทางเข้าหมู่บ้าน ก็ต้องเอามาตรวจทั้งหมดว่า ได้รับอุนญาตหรือไม่ และถ้ามีการอนุญาต ก็ต้องดูว่า ส่งกำลังแรงเกินไปหรือไม่ ถ้าเป็นตัวเดียว ก็อาจะตกมาตรฐานบางตัว แต่ หากเป็นเหมือนกันหมด ก็ต้องห้ามใช้ หรือ ห้ามจำหน่าย ทาง กสทช. มีอํานาจสั่งระงับได้ หรือให้เรียกเก็บคืน ฯลฯ
อย่างไรก็ตามในอีกมุมนึ่ง หากมองว่า กรณีที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เกิดกับ รถจักรยานยนต์ ทุกคัน เป็นเฉพาะบางยี่ห้อ และบางรุ่นนั้น หากจะให้ทางผู้ผลิต รถจักรยานยนต์เป็นผู้แแก้ไขอัปเดท หรือปรับเปลี่ยนอุปกรณ์นั้น รีโมตนั้น

ทาง แหล่งข่าวจาก สำนักงาน กสทช. บอกว่า เรื่องนี้ต้องดูเรื่องต้นทุนทางเศรษฐกิจว่า รถจักรยานยนต์ มีจํานวนมากกว่า มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่าอุปกรณ์ที่ส่งคลื่นรบกวนหรือไม่ เช่น มดเตอร์ไซต์มีหลักหมื่นคัน แต่ ประตูมีหลักร้อย และอาจจะต้องสอบถามทางผู้ผลิต รถจักรยานยนต์ ว่าในประเทศอื่นๆ ที่ขาย มีปัญหาแบบนี้หรือไม่
“ถ้าในอนาคตปัญหาเกิดขึ้นบ่อยมากขึ้น เป็นปัญหาเชิงระบบ มีผู้เดือดร้อนจำนวนมาก กสทช.ก็สามารถออกประกาศ เพื่อควบคุมกำกับดูแลได้ แต่ตอนนี้ สำนักงาน กสทช. ต้องไปไปรวบรวมข้อเท็จจริงมาก่อน ว่าปัญหาที่เกิดขึ้น มีมากขนาดไหน และ กระทบกับ รถจักรยานยนต์ รุ่นไหนยี่ห้อไหน จํานวนมากเท่าไหร่ ขณะที่หากตรวจพบว่าอุปกรณ์ใด ที่ส่งสัญญาณรบกวน แรงกว่ามาตรฐานก็ต้องห้ามนำเข้า หรือ ห้ามจำหน่ายในตลาด หรือ ก่อนจะนำไปจำหน่ายสามารถปรับจูนให้ความแรงลดลงได้หรือไม่ ฯลฯ ”
ไม่เช่นนั้นจะไปเกิดกรณีแบบนี้ที่อื่นๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆได้ในอนาคต.
“กสทช.” ลงพื้นที่พระราม 2 พบแล้วต้นเหตุทำมอเตอร์ไซค์ใช้กุญแจรีโมตสตาร์ตไม่ติด



