เมื่อวันที่ 17 ก.พ. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เดินทางมายังสำนักงาน กกต. เพื่อเข้าให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสืบสวนและสอบสวน กกต. เนื่องจากในช่วงเลือกตั้งได้มีการยื่นเรื่องร้องเรียนเอาผิดบุคคล, พรรคการเมือง และสื่อมวลชน ที่มีการกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง โดยได้ยื่นเรื่อง 15 เรื่อง เกี่ยวกับการกระทำความผิดตาม พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส. มาตรา 73 เกี่ยวกับการหาเสียงโดยใส่ร้าย ใส่ความอันเป็นเท็จโดยยังไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นพรรคใด และหากไม่มาดำเนินการเรื่องก็จะค้างอยู่ที่ กกต.
นายศุภชัย กล่าวถึงการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ส่วนตัวต้องเข้าใจ กกต. เพราะคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) คือ อาสาสมัครที่เข้ามาทำงานเป็นจำนวนกว่าล้านคน ซึ่ง กปน. ก็ต้องทำตามกฎระเบียบของ กกต. อีกทั้งส่วนตัวมองว่าภาพรวมไม่ได้มีปัญหาอะไร โดยขั้นตอนการนับคะแนนก็มีกระบวนการให้ยื่นเรื่องคัดค้าน และทักท้วง หากพบการทุจริตตั้งแต่ช่วงเวลานับคะแนน
สำหรับบัตรเลือกตั้งนั้น ทาง กกต. ก็ต้องชี้แจงให้ชัดเจน แต่ในปัจจุบันโลกเปลี่ยน โซเชียลก็มีความรวดเร็ว และกระจายวงกว้าง ตนคิดว่าควรปล่อยเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายดีกว่า โดยบาร์โค้ดที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง ตนก็เห็นว่ามีมาตั้งแต่การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว กระบวนการที่จะสืบย้อนกลับไปยังบัตรว่ามีการทุจริตหรือไม่ ทาง กกต. ก็มีกระบวนการเพื่อตรวจสอบว่าใครเบิกไปอย่างไร ซึ่งมีมาตั้งแต่ดั้งเดิม คล้ายกับลอตเตอรี่ ที่มีไว้เพื่อดูว่าเป็นของจริงหรือของปลอม ตนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ มีไว้เพื่อป้องกันตรงส่วนนั้นมากกว่า ส่วนเรื่องชั้นความลับ ตนก็มีความเห็นว่าไม่มีทางตรวจสอบได้ ควรสนใจแค่ในตอนกาเป็นความลับหรือไม่ ขนาดบัตรของตนเลือกแล้วไปอยู่ตรงไหนยังไม่รู้เลย และไม่ได้มีความกังวลในส่วนนี้
ส่วนที่มีการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานต่างๆ ให้มีการตรวจสอบนั้น ก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมไม่กังวลว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถึงขั้นโมฆะ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย หากบ้านเมืองไม่มีกฎหมายจะวุ่นวาย ทั้งนี้ทราบมาว่าได้มีการส่งเรื่องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว หากตรวจสอบแล้วมีความเห็นว่าอย่างไรก็ดำเนินการไปตามนั้น ส่วนจะเป็นเกมทางการเมืองหรือไม่ ตนไม่คิดเช่นนั้น น่าจะเป็นอารมณ์ส่วนบุคคลมากกว่า.



