วันที่ 17 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ขณะนี้ได้เร่งผลักดันนโยบายต่างๆ ที่สามารถขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 2 เรื่องหลัก คือ 1.เรื่องการลงทุนผ่านการขอรับการส่งเสริมการลงทุน ผ่าน Thailand Fast Pass จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และ 2.เร่งเครื่องกระตุ้น งบลงทุนรัฐวิสาหกิจ
หลังจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาส 4 ปี 68 และทั้งปี 68 ที่ขยายตัวได้ดีเกินคาด
สำหรับนโยบายที่สามารถขับเคลื่อนได้ก่อนจะจัดตั้งรัฐบาลใหม่นั้น เป็นในส่วนของ เสาที่ 5 ตามนโยบายควิก บิ๊ก วิน คือ โครงการ Thailand Fast Pass วงเงินกว่า 4.8 แสนล้านบาท ของบีโอไอ ส่วนการ เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือหนึ่งที่รัฐบาลและภาครัฐ สามารถดำเนินการเร่งขับเคลื่อนได้ก่อนจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ นายเอกนิติ เคยให้สัมภาษณ์ระบุว่า “จะเร่งเดินหน้าผลักดันการลงทุนผ่านการขอรับการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งมีวงเงินกว่า 4.8 แสนล้านบาท ผ่านโครงการ Thailand FastPass โดยโครงการนี้สามารถทำต่อได้ทันที คาดว่าจะช่วยขับเคลื่อนให้เม็ดเงินลงทุนดังกล่าว ทยอยลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ในปีนี้ ซึ่งจะเป็นการโชว์ศักยภาพ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างชาติ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่ไทยยังมีจุดแข็ง อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ รวมถึงอุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่ เป็นต้น”
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในปี 69 ทางด้านสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้รับเป้าหมายการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่ 95% ของวงเงินลงทุน 2.4 แสนล้านบาท โดย สคร.จะเกาะติดการเบิกจ่ายงบลงทุนผ่านผู้แทนคลังในทุกๆ เดือน โดยในปี 68 ที่ผ่านมา สคร.ได้ติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ส่งผลให้ยอดการเบิกจ่ายเป็นไปตามเป้าหมายที่ 95.7%
สำหรับมาตรการ Thailand Fast Pass และการแก้ไขปัญหา/อุปสรรคเพื่อเร่งรัดให้เกิดการลงทุนโดยเร็ว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสำคัญที่มีการลงทุนสูง เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ การพัฒนานิคมอุตสาหกรรม การผลิตพลังงานสะอาด และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์
การจัดทำระบบ Thailand Fast Pass เป็นกลไกใหม่ที่นำมาใช้เพื่อปลดล็อกอุปสรรคของโครงการลงทุนขนาดใหญ่ให้สามารถเดินหน้าลงทุนได้อย่างรวดเร็ว และจะนำไปสู่กระบวนการแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคอย่างถาวร รวมถึงการจัดหาพลังงานสะอาดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุน โดยมอบหมายให้ บีโอไอ พิจารณากำหนดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ขณะเดียวกันจะติดตามการจัดทำ SLA (ข้อตกลงระดับการให้บริการ) ของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อปลดล็อกต่อไป โดยตั้งเป้าให้การพิจารณาอนุมัติ/อนุญาตเร็วขึ้นอย่างน้อย 20–50% เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนจริงอย่างรวดเร็ว



