กลายเป็นสาวแกร่งที่พลังบวกเต็มเปี่ยมจริงๆ สำหรับ “พลอย เฌอมาลย์” ที่หลังจากต่อสู้กับมะเร็งจนหายดี ล่าสุดในพิธีส่งมอบเงินบริจาค “LBC – Health for Her x Chermarn สวยมีค่า ทำหน้าส่งพลังใจ” ณ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เจ้าตัวก็ได้ออกมาอัปเดตทั้งเรื่องสุขภาพ งาน และที่หลายคนจับตาคือเรื่อง “หัวใจ” และ “คดีความ” กับอดีตผู้จัดการโดยพลอยเผยแบบจัดเต็มว่า

“เรื่องหัวใจตอนนี้พลอยก็ยังสะดวกว่าง ไม่ไหวเหนื่อย ถามว่าจะพักยาวเลยไหมเราก็ตอบไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าจะเจออะไรในวันข้างหน้า แต่ ณตอนนี้คือพักยาว ขอพักก่อนเพราะเราพึ่งได้หัวใจตัวเองกลับมาและรู้สึกว่าอยากใช้เวลาอยู่กับตัวเองไปก่อน ข้อดีของการเป็นโสดตอนนี้ก็ กินข้าวไม่ต้องแบ่งใคร (หัวเราะ) จริงๆการเป็นโสดมันก็ไม่ได้แย่เรามีชีวิตที่เป็นอิสระมากขึ้น เอาจริงๆพลอยว่าพลอยไม่เคยโสด พลอยแค่อาจจะลืมไปว่าพลอยมีรีเลชั่นชิปกับตัวเอง เราทุกคนมักจะคิดว่าเราโสด  เราไม่มีใครแต่จริงๆแล้วเรามีเรา เพียงแค่เราลืมเขาคนนี้(ตัวเอง)ไปได้ยังไง ตอนนี้พลอยก็ดูแลตัวเองรักตัวเองทุกวัน ตื่นมาชี้ในกระจกอย่าทำอะไรให้มันพลาดอีกนะแก(หัวเราะ) พลอยแฮปปี้ พลอยไม่รู้ว่าจะทุกข์ไปทำไม พลอยอยากมีความสุขและทำอะไรให้ตัวเองมีความสุข ความเศร้ามันก็ยังมีอยู่บ้างเพราะเราเป็นมนุษย์มันก็ผ่านมาแว๊บๆให้เรารู้สึก  แต่แค่รู้สึกว่าเราไม่ได้ต้องการใครจริงๆ พลอยมั่นใจมาก มีคนมาเฉี่ยวมาชน มาจีบก็เป็นธรรมดาแต่พลอยไม่ได้ตัดสินใจ เพื่อนๆก็บอกทุกคนว่ายังไม่พร้อม คนเข้ามาทางเพื่อนเยอะมากคือ เขาก็คงเห็นว่าเราว่างแหละ(หัวเราะ) ก็เลยลองคุย เพื่อนเราก็อยากให้มีแฟน อยากให้มีคนมาดูแล เราก็เข้าใจความหวังดีของเพื่อนแต่เรารู้สึกว่าเรายังไม่พร้อม ตอนนี้คือยังไม่ต้องการให้ใครเข้ามา คืออุ๊ย ไม่ เดี๋ยวไม่มีใครเข้ามาเลย (หัวเราะ) ก็พูดไม่เต็มปาก แต่มันก็ต้องดู เราก็ตอบไม่ได้ว่าเราจะปิ๊งใครหรือเปล่า ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เราจะพร้อม พลอยไม่สามารถกำหนดได้ แต่ ณ ตอนนี้เวลานี้ขออยู่แบบนี้ไปก่อน ความสุขของพลอยเป็นที่หนึ่ง”

“เรื่องที่โดนเพื่อนทิ้งไว้ กลายเป็นไวรัลเลย(หัวเราะ) คือวันนั้นเป็นงานเลี้ยงวันเกิดย้อนหลังของคุณพอลล่า ในตอนแรกสาวๆไปทานข้าวที่ร้านหนึ่งแถวริมแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วเราก็นั่งตุ๊กตุ๊กไปทรงวาดไปร้านเหล้าร้านหนึ่งเป็นแนวอินดี้หน่อย สาวๆก็เต้นๆดื่มๆ แล้วคุยกันว่าจะไปอีกที่หนึ่งตรงแถวเซ็นทรัลพาร์ค เราก็โอเคเตรียมย้ายแล้ว เราก็เล่นร้องคาราโอเกะกันเล่นตลอดทั้งทาง วันนั้นก็มีสาวๆเยอะค่อนข้างรุงรังพอสมควรเราก็มายืนรอรถตู้กัน ตอนที่พลอยยืนรอรถอยู่ เจ้าของร้านอารมณ์แบบลูกสาวมาบอกพลอยว่า ‘คุณแม่มาดื่มช็อตกับหนูก่อน’ พลอยก็บอกว่าพลอยจะขึ้นรถ น้องเขาก็บอกว่าแป๊บ เดียวด้วยความที่น้องเขาน่ารัก เราก็โอเคไปก็ได้ พอพลอยดื่มปุ๊บออกมาเพื่อนหาย เราก็งงว่าหายไปไหน สรุปคือเพื่อนขึ้นรถไปแล้ว แป๊บนึงข้าวโพดก็โทรมาถามว่าพลอยอยู่ไหน พลอยก็บอกว่าพลอยไปดื่มช็อตมา เจ้าของร้านเขาชวนพลอยไม่กล้าปฏิเสธ เพื่อนไปก่อนแล้วพลอยก็นั่งรถตามไป เพื่อนก็งงว่าพลอยไม่โกรธเลยเหรอที่ลืมพลอย  พลอยมองว่าไม่เห็นต้องโกรธเลย เป็นเรื่องตลก พอเป็นไวรัลพลอยก็รู้สึกอายเหมือนกัน หลายคนคิดว่าอาจจะเป็นการเซ็ทอัพหรือเปล่า แต่พลอยบอกเลยว่าเป็นเรื่องจริง พวกเราตลกกันมาก”

“ตอนนี้พลอยก็เจอ เพื่อนเรื่อยๆใช้เวลาอยู่กับเพื่อนตลอดอยู่กับบ้านลีเดีย และกลุ่มเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนนอกวงการ  กลุ่มข้าวโพดเจนนี่พอลล่า แล้วก็กลุ่มน้องแหวนแหวน ก็สนุกดี ส่วนเรื่องมรสุมของแก๊งนางฟ้าจริงๆเราก็รับฟังปัญหาของเขาอยู่เรื่อยๆเราก็รับรู้ ทุกคนอยู่ในจุดที่เครียดแต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าคือความเสียใจ เราก็ได้แต่ซัพพอร์ตทางอารมณ์ พลอยเชื่อว่าเรื่องนี้เดี๋ยวก็ผ่านไปแต่ว่ามันจะผ่านยังไงอันนี้ก็ต้องประคับประคองความรู้สึกกันต่อไป เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างหนักสำหรับมิตรภาพ พลอยมองในมุมว่าถ้าพลอยเจอคนที่เราเชื่อมั่นเชื่อใจไว้วางใจคบกันมานานแล้วถูกปฏิบัติแบบนี้ พลอยเองก็เสียใจ เพื่อนก็บ่นให้พลอยฟังเยอะแต่บางอย่างพลอยก็พูดไม่ได้ หลังๆมานี้ก็บ่นนิดหน่อยแล้วก็เปลี่ยนเรื่อง ไปคุยเรื่องของทางกฎหมายซึ่งตรงนี้พลอยก็ไม่ได้เกี่ยวด้วย พลอยก็ทำได้แค่รับฟังและซัพพอร์ตอยู่ห่างๆ ตอนนี้ปัญหาก็ยังไม่คลี่คลาย เชื่อว่าทุกคนก็คงพยายามอยู่พี่นานา(นานา ไรบีนา) เองก็คงพยายามอยู่ ก็หวังว่ามันจะจบได้สวยเร็วๆนี้ เพราะพลอยเองก็อยากให้ตกลงกันได้ด้วยดีและให้ปัญหาจบไป”

“เรื่องของอดีตผู้จัดการแม่ขึ้นศาลแทนฉ่ำเลยค่ะ เราก็ดำเนินการตามกฎหมายเพราะมันมีพยานและหลักฐานและมันไม่ใช่ผู้เสียหายแค่หนึ่งคนมันมีผู้เสียหายไม่รู้ตั้งกี่คนอั นนี้เป็นเรื่องที่ต้องให้ทางกฎหมายจัดการ ผิดก็คือผิดหนีไม่พ้น ฝั่งเขาเหมือนจะมีการฝากขอไกล่เกลี่ยแต่พลอยไม่ไกลเกลี่ยเพราะพลอยรู้สึกว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่เราค่อนข้างไว้เนื้อเชื่อใจเขา และเป็นคนที่เราให้ความไว้วางใจ รักสนิทอย่างพลอยนี่จะประมาณนึง แต่ลีเดียเขาสนิทมากกว่าก็ให้เป็นเรื่องของทางกฎหมายความจริงก็คือความจริง ต่อให้คุณจะพูดอะไรก็สุดท้ายแล้วผิดก็คือผิด หลักฐานมันชัดพลอยเองก็แก่ขนาดนี้แล้วไม่ได้อยากขึ้นศาลกับใครหรอกแต่ความถูกต้องมันคือความถูกต้อง เราต้องจัดการคงปล่อยวางไม่ได้และปล่อยให้มันผ่านไม่ได้ เราก็ร่วมจอยกับลีเดียด้วย ตอนแรกลีเดียก็ถามว่าพลอยจะเอายังไง พลอยก็บอกให้เป็นไปตามกฎหมายเราก็จับมือกันสู้ไปด้ ด้วยกัน นานขนาดไหนก็จะสู้ค่ะ ถ้าผิดก็คือผิด” 

ขอบคุณภาพจาก:chermarn