สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ว่าอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวท่ามกลางกลุ่มผู้สนับสนุน ว่าตลอดระยะเวลา 47 ปีที่ผ่านมา หรือนับตั้งแต่สิ้นสุดยุคการปฏิวัติอิหร่าน เมื่อปี 2522 อเมริกาไม่เคยทำลายอิหร่านได้สำเร็จ ดังนั้น รัฐบาลวอชิงตันชุดปัจจุบันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ จะไม่มีทางทำสำเร็จเช่นกัน


ถ้อยแถลงดังกล่าวเกิดขึ้น ขณะที่รัฐบาลเตหะรานและรัฐบาลวอชิงตันเปิดฉากการเจรจาครั้งที่สอง ณ เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันอังคาร ณ กรุงเจนีวา หลังการเจรจารอบแรกเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับนิวเคลียร์ และการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม


ทั้งนี้ คลังสะสมยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านที่มีความบริสุทธิ์ถึง 60% ยังคงเป็นประเด็นหลัก ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ รัฐบาลวอชิงตันต้องการให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม “โดยให้เหลือเป็นศูนย์” รวมถึงต้องการหารือเรื่องโครงการขีปนาวุธ และการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค ซึ่งเป็นประเด็นที่อิสราเอลพยายามผลักดันให้รวมอยู่ในการเจรจา


อย่างไรก็ตาม อิหร่านยืนกรานว่า สิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมนั้น “เจรจาไม่ได้” และต้องการให้การหารือกับสหรัฐ มุ่งเน้นเฉพาะเรื่องนิวเคลียร์เท่านั้น


ขณะเดียวกัน กองเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ของสหรัฐ นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น” และกำลังจะมีเรือ “ยูเอสเอส เจอรัลด์ ฟอร์ด” ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เข้าไปปฏิบัติการในน่านน้ำแถบตะวันออกกลาง


ทั้งนี้ คาเมเนอีกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “เรือรบถือเป็นอาวุธที่อันตรายอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่อันตรายยิ่งกว่า คืออาวุธซึ่งสามารถจมเรือลำนั้นได้”.

เครดิตภาพ : REUTERS