เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่สังคมจับตามองในขณะนี้ ในฐานะที่เป็นผู้มายื่นเรื่องร้องเรียนให้มีการตรวจสอบรวมถึงในฐานะทนายความ มองอย่างไรกับการที่พรรคประชาชน เก็บ เลเซอร์ ID ที่อยู่ด้านหลังบัตรประชาชนในการสมัครเป็นสมาชิกพรรค โดยทนายอั๋นมีท่าทีอึกอัก ก่อนเค้นหัวเราะพร้อมตอบว่า ได้เห็นพรรคออกมาแถลงว่าไม่ใช่เฉพาะตัวพรรคเอง หน่วยงานราชการอื่นก็ทำแบบนี้เช่นกัน ภาคธุรกิจ ภาคเอกชนก็ทำแบบนี้เช่นกัน ตนก็ไม่มีความรู้ หากพูดไปก็จะหาว่าเป็นการเข้าข้างพรรคส้ม พรรคแดง อะไรอีก

เมื่อถามว่ามีคนกังวลว่าการเก็บข้อมูลตรงนี้เป็นความลับได้จริงหรือไม่ เพราะหากรั่วไหลออกไปก็จะเป็นอันตราย นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ตนเป็นห่วงน้อยกว่า กรณีบัตรเลือกตั้งที่ว่ากันว่า โรงพิมพ์ที่ได้รับ TOR ไป ไม่ทำเอง ไปปล่อยช่วงให้บริษัทซึ่งตามข่าวระบุว่าเป็นบริษัทของนายกิม เลียก ซึ่งว่ากันว่าขณะนี้ประเทศไทยนับคะแนนได้ 94% แต่เขมรมีแล้ว คือ กกต. หากไม่รู้ว่าคะแนนจะนับไปต่ออย่างไร วันนี้ยังคง 94% ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. จนวันนี้ไม่มีการนับต่อ ไม่มีการเคลื่อนไหว ตนว่าให้คนของ กกต. โทรน ไปสถานทูตเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย ไปสอบถามเพื่อขอคะแนนจากเขา

“ว่ากันว่าเขมรรู้แล้วครับ ผลการเลือกตั้งของไทยเป็นอย่างไร เพราะอะไรล่ะครับ โรงพิมพ์เป็นของ “กิม เลียก” ก็ไปเปิดเผยที่เขมรอยู่แล้ว ถ้าข่าวนี้เป็นจริงนะครับ ผมก็เป็นห่วงแหละ” นายภัทรพงศ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ทนายอั๋นออกมาระบุว่ามีความเป็นห่วงเรื่องเลเซอร์ ID รั่วไหลน้อยกว่าบัตรเลือกตั้ง โดยขอให้อธิบายว่ากังวลน้อยกว่าอย่างไร และจำเป็นต้องมีการตรวจสอบพรรคการเมืองที่ดำเนินการด้วยหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ที่ตนบอกว่ากังวลน้อยกว่านั้น เนื่องจากตนไปใช้สิทธิ แต่ในส่วนของบัตรประชาชนตนไม่ได้อยู่ที่พรรคก้าวไกล (พรรคประชาชน) เพราะตนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคทั้งพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชน ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด แต่ในมุมของประชาชนทั่วไป ถ้าสมาชิกพรรคของพรรคส้ม คือคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเขาก็ไม่ต้องกังวลมาก ขอให้คนที่เป็นสมาชิกพรรคไปทวงถามจากพรรค ให้ออกมาชี้แจงจนกระทั่งเสร็จสรรพ หายคลายข้อสงสัยเลย ส่วนตนถ้าถามแบบนี้ ไม่ได้มีความรู้เรื่องวิศวกรรมไอทีขนาดนั้น

เมื่อถามย้ำว่ามีความกังวลว่าจะรั่วไหลหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ตนเองเป็นคนนอก ก็ไม่กล้าที่จะไปวิจารณ์

ส่วนเรื่องการเก็บเลเซอร์ ID มีความเหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากพรรคการเมืองอื่นก็ไม่ได้เก็บ นายภัทรพงศ์ เห็นว่าบางครั้งตนก็เห็นพรรคประชาชนทำแปลกๆ ตั้งแต่ส้มยุคแรก เขาอาจจะมีเจตนาที่อยากจะทำให้โปร่งใส อย่างเช่นกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่มีการปล่อยเงินกู้ยืมให้กับพรรค ซึ่งก็ไม่มีใครเขาทำกัน แต่เขาก็ให้เหตุผลว่าอยากให้มีความโปร่งใสยืมเงิน แต่ท้ายที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยว่าไม่สามารถทำได้ ซึ่งเมื่อส่งไปและศาลรัฐธรรมนูญตีความแบบนั้น ก็ถือเป็นความซวยของพรรคส้มไป แต่ก็ไม่แน่ว่า ตั้งรัฐบาลส้มมีโอกาสร่วมจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ คงไม่มี เพราะนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ก็ประกาศลั่นวาจาแล้ว  แต่หากนายณัฐพงษ์ไม่อยู่แล้ว ถ้าความเป็นพรรคส้มในนามไม่อยู่แล้ว โดนยุบไปแล้ว อาจจะกระจายกันออกไปหรือไม่ ส่วนตัวไม่ทราบ ขอให้ทุกคนพิจารณาเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังเสร็จสิ้นการให้สัมภาษณ์ นายภัทรพงศ์ได้เดินทางออกจากพื้นที่การแถลงข่าวทันที ซึ่งแตกต่างจากทุกครั้งที่มายื่นเรื่องร้องเรียน ก็จะมีการยืนพูดคุยกับสื่อมวลชน และตอบข้อซักถามเพิ่มเติมในประเด็นที่ยังมีความสงสัย.