ไม่มีแม้แต่คนเดียว ที่สามารถวิ่งจนจบการแข่งขัน “บาร์เคลย์ มาราธอน 2026” ในระยะปกติได้
การแข่งขันรายการนี้ จัดที่ ฟรอเซน เฮด สเตต พาร์ค รัฐเทนเนสซี ประเทศสหรัฐ ได้ชื่อว่า สุดโต่ง และโหดที่สุดในโลก แต่ละปีมีผู้จบการแข่งขันน้อยมาก ล่าสุดแข่งไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
นักวิ่ง ต้องวิ่งวนรอบภูเขาระยะกว่า 20 ไมล์ ความสูงสะสมประมาณ 12,000 ฟุต และต้องวิ่ง 5 รอบ เทียบเท่าไต่ความสูงปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ 2 ครั้ง (ยอดเขาเอเวอเรสต์สูง 29,031.7-29,032 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเล)
ซึ่งปีนี้ ไม่มีนักวิ่งแม้แต่คนเดียวที่วิ่งครบ ในระยะปกติ นับเป็นครั้งที่ 26 ใน 40 ปี ที่ไม่มีสักคนที่เอาชนะได้
เซบาสเตียน ไรชง ชาวฝรั่งเศส เป็นนักวิ่งคนเดียวที่เข้าเส้นชัย แต่เป็นระยะ “ฟันรัน” ที่ต้องวิ่ง 3 รอบ หรือกว่า 60 ไมล์ ทำเวลา 38.05.46 ชั่วโมง
แล้ว บาร์เคลย์ มาราธอน โหดอย่างไร

นี่คือการแข่งขันที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นอัลตรามาราธอนที่ลึกลับและโหดที่สุดในโลก ซึ่งเหมือนการเอาชีวิตรอดมากกว่าเป็นแค่ “การแข่งขัน”
แต่ละปีจะมีผู้แข่งขันประมาณ 40 คน ซึ่งส่วนใหญ่วิ่งไม่จบแม้แต่รอบเดียว
จะเข้าแข่งขันก็ยากเย็น ซึ่งไม่มีขั้นตอนสมัครชัดเจน ไม่มีเว็บไซต์ อยากวิ่ง ก็ไปสืบเอาเอง เหมือนต้องเข้ากลุ่มลับ
ส่วนค่าสมัครก็สุ่มเอา บางทีเสื้อ 1 ตัว, ป้ายทะเบียนรถ หรือถุงเท้า 1 แพ็ก
แข่งเมื่อไหร่ ไม่บอก ต้องคอยเงี่ยหูฟัง ถ้าเป่าแตรหอยสังข์ ก็คือ 1 ชั่วโมงนับจากนั้น สัญญาณปล่อยตัวคือการจุดบุหรี่ 1 มวน
วิ่งในป่าเขา แต่ไม่มีเครื่องหมาย ห้ามใช้ GPS นำทางด้วยแผนที่กับเข็มทิศเท่านั้น

นักวิ่งต้องต้นหาหนังสือที่ซ่อนอยู่ แล้วฉีกตรงหน้าที่ตรงกับเลขประจำตัว เป็นหลักฐานว่าไปถึงแล้ว
ระยะปกติ 5 รอบ ระยะรวม 100-120 ไมล์ ต้องใช้เวลาไม่เกิน 60 ชั่วโมง
แต่ละรอบอาจต้องวิ่งหมุนวนไม่เหมือนกัน ซึ่งทำให้คุณจำทิศทางไม่ได้ง่ายๆ
ด้วยเวลาจำกัด ทำให้แทบไม่มีเวลานอน ระหว่างทางไม่มีที่หลบพัก ไม่มีผู้ชม ไม่มีเพซเซอร์
ถ้าหลงทางก็ต้องช่วยตัวเอง
โหดสุดๆ แบบนี้ หากเอาชีวิตรอด จนวิ่งเข้าเส้นชัยสำเร็จ…จะได้อะไร
คำตอบคือ
ไม่มีเงินรางวัล
ไม่มีเหรียญ ไม่มีโทรฟี่
ได้เพียงหัวเข็มขัดราคาถูก 1 อัน
กับความภูมิใจ และความเจ็บปวดรวดร้าว.



