สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเอ-วีย็อง-เล-แบ็ง ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวระหว่างเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 แห่ง หรือ จี7 ที่เมืองเอ-วีย็อง-เล-แบ็ง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ว่าข้อตกลงที่มีการเห็นชอบร่วมกับอิหร่าน “เป็นเพียงในเบื้องต้น” และ “เป็นแค่บันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู)
ทรัมป์กล่าวต่อไปว่า “หากผมไม่ชอบ หรือถ้าอิหร่านทำตัวไม่ดี ก็แค่กลับไปทิ้งบอมบ์อีก” ขณะเดียวกัน บรรดาผู้นำกลุ่มจี7 ร่วมกันเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในเลบานอน พร้อมทั้งประกาศแผนการกระจายเส้นทางจัดส่งพลังงานเพื่อลดการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากสงครามในอิหร่าน
BREAKING: "If I don't like it, we'll go back to shooting at them, dropping bombs on their head."
— Fox News (@FoxNews) June 17, 2026
President Trump warns Iran that any change to the peace agreement or failure to comply could bring an immediate military response.
"If they don't behave, we'll go right back to… pic.twitter.com/67JRcDptYS
อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิเคราะห์มองว่า ทรัมป์บรรลุเป้าหมายเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาเคยประกาศไว้ในช่วงเริ่มต้นสงคราม เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลอิหร่านยังคงอยู่ในอำนาจ คลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงยังไม่ได้ถูกส่งมอบ ขีดความสามารถด้านขีปนาวุธนำวิถียังไม่ถูกทำลาย และอิหร่านก็ยังไม่ได้ยุติการสนับสนุนกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
ทว่าทรัมป์อ้างว่า ข้อตกลงนี้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าอิหร่านจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งอันที่จริงเป็นเพียงการย้ำจุดยืนอย่างเป็นทางการของอิหร่านที่มีมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ขณะที่เจ้าหน้าที่ของสหรัฐยังคงยืนกราน ว่าการหารือหลังจากนี้จะนำไปสู่การเคลื่อนย้ายหรือทำลายคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะทั้งหมดของอิหร่าน.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



