สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเอ-วีย็อง-เล-แบ็ง ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวระหว่างเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 แห่ง หรือ จี7 ที่เมืองเอ-วีย็อง-เล-แบ็ง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ว่าข้อตกลงที่มีการเห็นชอบร่วมกับอิหร่าน “เป็นเพียงในเบื้องต้น” และ “เป็นแค่บันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู)


ทรัมป์กล่าวต่อไปว่า “หากผมไม่ชอบ หรือถ้าอิหร่านทำตัวไม่ดี ก็แค่กลับไปทิ้งบอมบ์อีก” ขณะเดียวกัน บรรดาผู้นำกลุ่มจี7 ร่วมกันเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในเลบานอน พร้อมทั้งประกาศแผนการกระจายเส้นทางจัดส่งพลังงานเพื่อลดการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากสงครามในอิหร่าน


อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิเคราะห์มองว่า ทรัมป์บรรลุเป้าหมายเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาเคยประกาศไว้ในช่วงเริ่มต้นสงคราม เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลอิหร่านยังคงอยู่ในอำนาจ คลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงยังไม่ได้ถูกส่งมอบ ขีดความสามารถด้านขีปนาวุธนำวิถียังไม่ถูกทำลาย และอิหร่านก็ยังไม่ได้ยุติการสนับสนุนกลุ่มฮิซบอลเลาะห์


ทว่าทรัมป์อ้างว่า ข้อตกลงนี้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าอิหร่านจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งอันที่จริงเป็นเพียงการย้ำจุดยืนอย่างเป็นทางการของอิหร่านที่มีมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ขณะที่เจ้าหน้าที่ของสหรัฐยังคงยืนกราน ว่าการหารือหลังจากนี้จะนำไปสู่การเคลื่อนย้ายหรือทำลายคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะทั้งหมดของอิหร่าน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS