สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ว่า สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาญี่ปุ่น มีมติเสียงข้างมากท่วมท้น เลือกนางซานาเอะ ทาคาอิจิ หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกสมัย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นไปตามความคาดหมายของทุกฝ่าย เนื่องจากเพียง 10 วันก่อนหน้านั้น พรรคแอลดีพีและพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (เจไอพี) ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ร่วมกันคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย ในการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนด เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียงเกินกว่าสองในสาม ของสภาผู้แทนราษฎร หรือสภาไดเอท ซึ่งมีทั้งสิ้น 465 ที่นั่ง
ทั้งนี้ ทาคาอิจิ วัย 64 ปี ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว เพิ่งให้คำมั่นว่า จะเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศเพื่อปกป้องดินแดนและน่านน้ำ พร้อมทั้งปรับปรุงกรอบยุทธศาสตร์ “อินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง” ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่า จะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์กับจีนตึงเครียดมากขึ้น
高市総理大臣は、衆参両院の本会議で行われた総理大臣指名選挙で、第105代の総理大臣に選出されました
— NHKニュース (@nhk_news) February 18, 2026
▼国会の動きを随時更新でお伝えしています▼https://t.co/3lHOlgtutr #nhk_video pic.twitter.com/riT0kimu2T
ขณะเดียวกัน ทาคาอิจิยืนยันเดินหน้าแผนการ “ระงับการเก็บภาษีบริโภคสำหรับอาหารเป็นเวลา 2 ปี” เพื่อบรรเทาภาระเงินเฟ้อของภาคครัวเรือน แม้ยังคงเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่าย เกี่ยวกับหนี้สาธารณะมหาศาลของญี่ปุ่น ซึ่งภาระดอกเบี้ยจ่ายจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าระหว่างปี 2568 ถึง 2574 และการลดภาษีจะทำให้ฐานรายได้ของรัฐอ่อนแอลง ตามการประเมินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
อย่างไรตาม ผู้นำญี่ปุ่นยืนยันว่า อยู่ระหว่างจัดทำนโยบายการคลังที่ “รับผิดชอบและมีความเป็นเชิงรุก” พร้อมตั้งเป้าหมายลดหนี้สาธารณะ และจัดตั้งสภาแห่งชาติเพื่อหารือเรื่องงบประมาณสวัสดิการสังคมในสังคมสูงวัย และยังคงยึดมั่นในนโยบายคุมเข้มกฎระเบียบเรื่องคนเข้าเมือง ท่ามกลางวิกฤติขาดแคลนแรงงาน.
เครดิตภาพ : AFP



