สองอิทธิพลหลักแห่งวงการ K-Pop เตรียมกลับมาทวงคืนความยิ่งใหญ่หลังเทศกาลตรุษจีนปี 2026 โดย “BTS” เตรียมรวมตัวครบวงในรอบ 4 ปี พร้อมโชว์สุดตระการตาบนเส้นทางประวัติศาสตร์ ขณะที่ “BLACKPINK” สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ จับมือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี (NMK) เชื่อมโยงดนตรีเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมในโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่
การคัมแบ็กที่ทั่วโลกเฝ้ารอคอยมากที่สุดหนีไม่พ้น “BTS” ที่เตรียมกลับมารวมตัวกันครบ 7 คนเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปี นับตั้งแต่สมาชิกเริ่มทยอยเข้ารับใช้ชาติ โดยมีกำหนดปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ที่มีชื่อว่า “Arirang” ในวันที่ 20 มีนาคมนี้ ความพิเศษของการกลับมาครั้งนี้คือ กิจกรรม “BTS THE COMEBACK LIVE: ARIRANG” ในวันที่ 21 มีนาคม ซึ่งจะจัดขึ้น ณ ลานกวางฮวามุน ใจกลางกรุงโซล โดยมีรายงานว่าค่ายHYBE ได้รับอนุญาตให้ใช้เส้นทางประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า “Road of the King” (เส้นทางของราชา) เริ่มตั้งแต่ประตูคึนจองมุน ผ่านประตูฮึงรเยมุน กวางฮวามุน และวอลแด เพื่อเดินขึ้นสู่เวที

กระแสตอบรับพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว โดยยอดพรีออเดอร์อัลบั้มทะลุ 4.06 ล้านก๊อปปี้ภายในสัปดาห์เดียว และบัตรคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ที่จะเริ่มต้นที่เมืองโกยางในเดือนเมษายน “Sold Out” ถูกขายหมดเกลี้ยงทันทีในรอบแฟนคลับ นอกจากนี้ BTS ยังเตรียมสร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปินรายที่สองต่อจากColdplay ที่จะได้จัดคอนเสิร์ตเดี่ยวที่ Stanford Stadium ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทัวร์ครั้งนี้จะครอบคลุม 34 เมือง รวม 81 รอบการแสดงทั่วโลก

ทางด้าน 4 สาว “BLACKPINK” ก็ไม่น้อยหน้า เตรียมส่งมินิอัลบั้มใหม่ในชื่อ “DEADLINE” เข้าสู่สมรภูมิเพลงในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ โดยอัลบั้มนี้จะจะประกอบไปด้วย 5 เพลง รวมถึงเพลงไตเติ้ล “GO” และเพลงที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้อย่าง “Run” นอกจากนี้ยังมีเพลง “Me and My”, “Championship” และ “Fxxxboy” ด้วย ซึ่งจะมุ่งเน้นการนำเสนอภาพลักษณ์ที่ผสมผสาน “ความงามแบบเกาหลี” สู่ระดับสากล ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างมากว่าจะสามารถเบียดแย่งพื้นที่ชาร์ตเพลงกับวงเกิร์ลกรุ๊ปรุ่นใหม่ได้ดุเดือดเพียงใด

โดยความพิเศษของการคัมแบ๊กครั้งนี้คือการประกาศร่วมมือกับ “พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี” (National Museum of Korea) ในโครงการยักษ์ใหญ่ “NMK X BLACKPINK” ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ถึง 8 มีนาคม ซึ่งนับเป็นศิลปิน K-Pop วงแรกที่ได้ร่วมมือกับสถาบันทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของประเทศอย่างเป็นทางการ โครงการนี้ถือเป็นความพยายามครั้งใหม่ในการเชื่อมโยง “ดนตรีสมัยใหม่” เข้ากับ “มรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า” ซึ่งไม่เพียงแต่จะดึงดูดแฟนเพลงทั่วโลก แต่ยังได้รับความสนใจอย่างมากจากบุคคลสำคัญในแวดวงวัฒนธรรมและประชาชนทั่วไป ถือเป็นการยกระดับซอฟต์พาวเวอร์ของเกาหลีไปอีกขั้น

การเคลื่อนไหวของทั้ง “BTS” และ “BLACKPINK” ในปี 2026 นี้ ไม่เพียงแต่เป็นการกลับมาในฐานะศิลปิน แต่เป็นการประกาศศักดาในฐานะทูตวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงอดีต และปัจจุบันของเกาหลีใต้ส่งต่อไปยังผู้คนทั่วโลกอย่างสง่างาม!



