คลิปวิดีโอของผู้ใช้งานติ๊กต็อกรายหนึ่งกำลังกลายเป็นไวรัลเมื่อไม่นานมานี้ เนื่องจากเนื้อหาที่เผยถึงประสบการณ์ส่วนตัวของเธอที่ปฏิเสธคำสั่งของบริษัทที่ต้องการให้เธอฝึกสอนงานให้เพื่อนร่วมงานวัย 25 ปี ที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งข้ามหน้าเธอไป โดยเธอโต้แย้งว่าบริษัทต่างๆ มักจะเอาเปรียบพนักงานที่มีประสบการณ์ ในขณะที่ให้ท้ายพนักงานที่อายุน้อยกว่าและค่าจ้างถูกกว่า

ผู้ใช้งานติ๊กต็อกในชื่อของ ‘Theunobsolete’ หรือในชื่อจริงว่า เจนนิเฟอร์ ชโรเดอร์ กล่าวว่า นายจ้างของเธอคาดหวังให้เธอถ่ายทอดองค์ความรู้ที่สะสมมานานหลายทศวรรษแบบฟรีๆ ให้พนักงานรุ่นน้องซึ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นมา โดยมองข้ามเธอในการพิจารณาตำแหน่งนั้น

ในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เธออธิบายเหตุผลที่ตอบปฏิเสธคำขอของบริษัทและผลกระทบที่ตามมาจากการตัดสินใจของเธอ “พวกเขายังมีหน้ามาคาดหวังให้ฉันสอนงานในตำแหน่งที่พวกเขาบอกว่าฉันยัง ‘ดีไม่พอ’ ที่จะรับหน้าที่” ชโรเดอร์ กล่าว

เธอกล่าวต่อไปว่า หากบริษัทต้องการความรู้ที่สั่งสมมาตลอดการทำงาน 25 ปีของเธอ พวกเขาก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้เหมาะสม ยิ่งไปกว่านั้น เธอจะไม่ยอมถูกมองข้ามเพื่อให้บริษัทเลือกคนที่เด็กกว่า ซึ่งเต็มใจทำงานด้วยเงินเดือนน้อยกว่าเธอมาก แล้วจากนั้นก็จะมาใช้ประสบการณ์ของเธอไปฝึกสอนคนคนนั้น

@theunobsolete

watched 25-year-old get my promotion then ask me to train her. I said no. Not sorry. Not maybe. Just no. She shocked. Manager furious. HR email about team player. Don’t care. They passed me over for promotion I earned. Gave it to someone with zero experience. Expected me to teach her job they said I wasn’t good enough for. Train my replacement? Pay me. Want 25 years knowledge? Triple salary consulting rates. Want me to smile while you humiliate me? Wrong person. Not your free training program. Not making cheap hire look competent. Not handing over everything so you can pay her half. They said unprofessional. I said appropriately compensated or not sharing. They said not supporting team. I said team didn’t support me. Silence. Second you stop being useful they stop caring. Stop pretending you owe them anything.#promotions #over50 #notateamplayer #genx #isaidno

♬ original sound – The Unobsolete

“ฉันไม่ใช่โปรแกรมฝึกงานฟรีของคุณ” เธออธิบาย “อยากให้ฉันยิ้มในขณะที่คุณกำลังเหยียดหยามฉันงั้นเหรอ? ขอผิดคนแล้วล่ะ”

ชโรเดอร์ เผยว่าเธอได้รับกระแสตอบรับในเชิงลบจากบริษัทเพราะการตัดสินใจของเธอ แต่บอกผู้ชมว่าเธอไม่ได้ใส่ใจ “พวกเขาบอกว่าฉันไม่สนับสนุนทีมงาน ฉันเลยตอบไปว่า ทีมงานก็ไม่ได้สนับสนุนฉันเหมือนกัน”

คลิปวิดีโอคลิปแรกจบลงด้วยคำแนะนำในการรับมือกับโลกของการทำงานในบริษัทว่า “วินาทีที่คุณหมดประโยชน์ พวกเขาก็จะเลิกเสแสร้งว่าใส่ใจคุณทันที” เธอกล่าว “เพราะฉะนั้น เลิกแสร้งทำว่าคุณเป็นหนี้บุญคุณพวกเขาได้แล้ว”

คลิปวิดีโอดังกล่าวกลายเป็นไวรัลทันที โดยมียอดชมเกือบ 4 ล้านครั้ง และผู้กดถูกใจไม่ต่ำกว่า 400,000 ครั้ง ผู้แสดงความเห็นส่วนใหญ่ยืนอยู่ข้างเธอ พร้อมชื่นชมที่เธอรู้จักตั้งขอบเขตและโต้กลับการ “เหยียดอายุ” (Ageism) ซึ่งหมายถึงอคติหรือการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลโดยใช้อายุเป็นเกณฑ์ตัดสิน

“คุณจะเป็นผู้ร่วมทีมของทีมที่จ้องจะเล่นงานคุณไม่ได้หรอก” ผู้ใช้ติ๊กต็อกรายหนึ่งกล่าว ส่วนชาวติ๊กต็อกอีกคนเขียนสั้นๆ ว่า “การเหยียดอายุยังคงมีอยู่จริงและเห็นได้ชัดเจนมาก”

นอกจากนี้ ยังมีชาวติ๊กต็อกคนอื่นๆ ที่เข้ามาเล่าถึงความไม่เท่าเทียมในที่ทำงานของตนเองด้วย 

“พวกเขาจ้างคนมา 6 คนเพื่อมาแทนที่ฉันและทำงานของฉัน แถมยังอยากให้ฉันสอนงานพวกนั้นด้วย” ชาวติ๊กต็อกคนหนึ่งเล่า “ไม่มีทางเสียหรอก”

นิตยสาร Forbes รายงานว่า 99% ของคนทำงานที่มีอายุเกิน 40 ปี ระบุว่าเคยเจอการเหยียดอายุในที่ทำงาน ซึ่งรวมถึงการที่พวกเขาต้องรับมือภาพจำที่มีอคติ การกลั่นแกล้ง และความรู้สึกกดดันที่ต้องปกปิดอายุจริงของตนเอง นอกจากนี้ ข้อมูลจากสมาคมผู้เกษียณอายุแห่งอเมริกา (AARP) ระบุว่าจำนวน 22% จากพนักงานที่อายุเกิน 50 ปีกล่าวว่า พวกเขากำลังถูกบีบให้ออกจากงานเพียงเพราะเรื่องอายุ

หนึ่งวันหลังจากโพสต์คลิปแรก The Unobsolete ได้โพสต์อัปเดตสถานการณ์ ซึ่งมียอดชมกว่า 2.3 ล้านครั้ง โดยเล่าว่า เธอถูกเรียกตัวให้เข้าประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับ “ทัศนคติ” ของเธอ แม้เธอจะไม่ถูกไล่ออก (ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย) แต่หลังจบการประชุม เธอเริ่มถูกกีดกันออกจากกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท และได้รับมอบหมายงานน้อยลง

นอกจากนี้ การปฏิสัมพันธ์ของเธอยังถูกจับจ้องอยู่ตลอดเวลา ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะในที่ประชุมเธอถูกเตือนว่า วัฒนธรรมของบริษัทอาจจะ “ไม่เหมาะ” กับเธอ

“ฉันเห็นด้วย” ชโรเดอร์ ตอบกลับในที่ประชุม “วัฒนธรรมที่จ้องจะเอาเปรียบประสบการณ์ของคนทำงาน มันไม่เหมาะกับฉันจริงๆ นั่นแหละ”

@theunobsolete

UPDATE: Refused to train replacement. What happened next I expected. Two days later meeting with manager and HR. My attitude. Not that they passed me over or wanted free labor. My attitude refusing exploitation. They said not collaborative poor leadership need team players. I said you passed me over want free training punish boundaries that’s control not collaboration. Silence. Not willing develop staff maybe not culture fit. I said right. Culture exploiting experience isn’t my fit. Ready for compensation talk? No? Back to my job. Didn’t fire me. Can’t. Lawsuit risk. Instead stopped including meetings gave projects away documented everything performance issues. Managed out playbook. I documented everything back. Every email meeting project. Knew exactly what they were doing. #promotions #isaidno #refused #over45 #corporatetiktok

♬ original sound – The Unobsolete

สภาพการความขัดแย้งระหว่างชโรเดอร์และบริษัทจบลงหลังจากผ่านไป 3 สัปดาห์ ในการประชุมร่วมกับผู้จัดการและฝ่ายบุคคล ซึ่งชโรเดอร์ได้เตรียม “หลักฐาน” สนับสนุนมาพร้อมสรรพ และสามารถเจรจาขอรับเงินชดเชยการเลิกจ้างเป็นจำนวน 6 เดือน ได้สำเร็จ

“ท้ายที่สุดแล้ว ประสบการณ์นี้ได้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการยืนหยัดในความเป็นมืออาชีพอย่างมั่นคง และความจำเป็นที่ต้องมีวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความเป็นธรรม ควรส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรมากกว่าที่จะจ้องเอาเปรียบ” ชโรเดอร์เขียนระบุไว้ใต้ความเห็นของคลิปวิดีโอของเธอ

ชโรเดอร์ยังเล่าว่า หลังจากที่ได้รับเงินชดเชย 6 เดือนไม่นานนัก อดีตเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งก็ติดต่อมาหาเธอเพื่อบอกข่าวว่า หญิงสาวรุ่นน้องที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งตัดหน้าเธอนั้น ทำงานอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวได้เพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น

ที่มา : dailydot.com, nypost.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES