เมื่อวันที่ 18 ก.พ. เวลา 16.30 น. ที่โรงแรมตรีสรา จ.ภูเก็ต นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ให้การต้อนรับนายตาน ส่วย รมว.ต่างประเทศเมียนมา ซึ่งเดินทางเข้าร่วมการหารือทวิภาคีอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งการหารือดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการที่ประเทศฟิลิปินส์ เมื่อช่วงปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศสมาชิกอาเซียนได้หารือถึงสถานการณ์ในประเทศเมียนมา

สำหรับการหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างรมว.ต่างประเทศของไทยและเมียนมาครั้งนี้ จะพูดคุยแนวทางการสร้างสันติภาพหลังเลือกตั้งของเมียนมา ในฐานะที่ไทยเป็นรัฐด่านหน้าซึ่งสามารถเป็นสะพานเชื่อมให้เมียนมา กลับเข้าสู่แนวทางฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน และผลักดันไปสู่การสร้างสันติภาพที่ยังยื่น
ต่อมา นายสีหศักดิ์ เปืดผลการหารือ ว่า การหารือใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ได้พูดคุยในประเด็นสำคัญที่ไทยได้แจ้งให้เมียนมาทราบว่า เราเป็นเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนร่วมกัน จึงอยากเห็นสันติภาพที่ยั่งยืนในเมียนมา เป็นผลประโยชน์ของไทยและความมั่นคงของไทยและความร่วมมือทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมาแจ้งว่ากระบวนการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมาคาดว่าจะมีขึ้นก่อนเทศกาลสงกรานต์นี้ ขณะเดียวกัน รัฐบาลชุดใหม่ต้องการนำเมียนมากลับสู่เสถียรภาพและการปรองดองแห่งชาติ

“รัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมาเล่าให้ฟังว่ากระบวนการเลือกตั้งของเขาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และคิดว่าจะมีกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของเมียนมา ก่อนสงกรานต์นี้ เขายืนยันว่ารัฐบาลใหม่ต้องการนำเมียนมากลับสู่เสถียรภาพและเปิดกว้างจะมีการพูดคุยหารือปรองดองกับฝ่ายต่อต้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หรือฝ่ายที่เรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งเราก็ยินดี เพราะเราเชื่อว่าสันติภาพในเมียนมามาจากการปรองดองกันภายใน และท่าทีของไทย อยากให้เมียนมากลับมาสู่ครอบครัวของอาเซียน นโยบายของเราคือการรื้อฟื้นปฏิสัมพันธ์ของอาเซียนกับเมียนมาที่ต้องคุยกันโดยตรง เรามีฉันทามติ 5 ข้อ ที่คาดหวังให้เมียนมาทำอะไรบ้าง”
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยอยากเป็นสะพานเชื่อมให้เมียนมากลับมาสู่อาเซียน ซึ่งฝ่ายเมียนมาต้องช่วยฝ่ายไทยบ้างด้วยการมีท่าทีตอบสนองต่ออาเซียนและประชาคมโลก อาทิ ถ้าสามารถจะเริ่มกระบวนการพูดคุยได้บ้าง ก็เป็นสิ่งที่ดี เช่น เปิดพื้นที่ให้การช่วยเหลือ ทางมนุษยธรรม การลดความรุนแรง ลดการโจมตีพลเรือน จะเป็นการส่งสัญญาณที่ดี เพื่อให้เมียนมากลับสู่อาเซียน และประเทศไทยจะแสดงบทบาทนำตรงนี้ เพราะ 5 ปีที่ผ่านมา ฉันทามติ 5 ข้อไม่คืบหน้า เราจึงอยากเห็นความคืบหน้า เพราะนโยบายของเราคืออยากเห็นความสัมพันธ์ ค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเขามีท่าทีทางบวกในเรื่องนี้

“เราเป็นประเทศเพื่อนบ้าน มีพรมแดนร่วมกับเมียนมากว่า 2,400 กิโลเมตร เราจะร่วมมือกันมากขึ้นในการปราบปรามอาชญากรรมทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปราบปรามสแกมเมอร์ งและการผลิตยาเสพติด เราทราบว่ามีการทะลักเข้ามามากขึ้น รวมการแก้มลพิษในแม่น้ำ เขาก็ร่วมมือเสนอให้ตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อให้ได้มาตรฐาน และการรื้อฟื้นการค้าชายแดนผ่านช่องทางหลัก ทั้งทางแม่สอดฝั่งไทยด้านเมียวดี ที่เริ่มซ่อมถนน สาย AH1 และถ้าเขาคุยกับชนกลุ่มน้อยได้มากขึ้น จะได้เปิดการค้าชายแดนร่วมกัน”
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยพร้อมเป็นผู้ประสานงานในการพูดคุยกับชนกลุ่มน้อยฝั่งไทย เราไม่ได้ก้าวก่ายการพูดคุยแต่ถ้าเห็นว่าเราช่วยได้ก็ยินดี และขอบคุณในการอำนวยความสะดวกในการพูดคุยระดับพื้นที่ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ซึ่งเมียนมาเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ เอกชนไทยอยากเข้าไปทำธุรกิจ แต่มีข้อจำกัดของนักธุรกิจไทย ขณะนี้จะผ่อนคลายได้บ้าง เช่นการค้าโดยตรงโดยใช้สกุลจ๊าดกับบาท และกำไรที่บริษัทไทยได้มาต้องแลกเปลี่ยนในอัตราทางการ และตลาดทั่วไปที่ขอเพิ่มอัตราตลาดทั่วไปได้หรือไม่ เพราะไม่สะท้อนอัตราที่แท้จริง รวมถึงด้านพลังงานที่ทางปตท.สนใจพัฒนาพลังงานมากขึ้น ซึ่งทางเมียนมาก็พร้อมสนับสนุน
“วันนี้เป็นการพูดคุยที่สร้างสรรค์ เป็นการหารือที่เป็นประโยชน์ในการส่งเสริมสันติภาพในเมียนมา ทำให้ชายแดนมั่นคง และพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจต่อไป”รมว.ต่างประเทศ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าสิ่งแรกที่ฝ่ายเมียนมาได้บอกกับไทยว่าจะทำหลังการเลือกตั้งคืออะไร นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ทางเมียนมาอยู่ในกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล จากนั้นจะมีสภา จะมีตำแหน่งประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการทหารของเมียนมา ซึ่งมีการกระจายอำนาจมากขึ้น และเขาบอกว่ารัฐบาลใหม่จะจัดให้เรียบร้อยก่อนสงกรานต์ และรัฐบาลใหม่ของเมียนมายืนยันที่ต้องการมีเสถียรภาพ ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะมีการพูดคุยการปรองดองแห่งชาติ และกระบวนการสันติภาพ เมื่อนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน จึงน่าจะเป็นโอกาสอันดีที่ทุกฝ่ายหันหน้ามาคุยกัน
“ประเทศไทยยินดีที่จะช่วยในสิ่งที่ช่วยได้ เราอยากจะช่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพูดคุยเราเห็นความสำคัญ แต่ไม่กำหนดว่าจะคุยอะไรกัน เพราะในที่สุดการพูดคุยสันติภาพต้องมาจากภายในเมียนมาเอง เราอยากเห็นเขากลับสู่อาเซียน แต่ต้องดูความพยายามของเขาที่จะตอบสนองต่ออาเซียน เป็นก้าวสำคัญที่ต้องทำให้เห็น และถ้าอาเซียนอยากเห็นสันติภาพในเมียนมาการกลับสู่สถานการณ์ปกติ เรากำลังช่วยเขาอยู่ เป็นสิ่งที่อาเซียนปรารถนา เราอยากเอาฉันทามติ 5 ข้อไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งเราไม่ได้อยากเป็นผู้นำ แต่เรามีบทบาทนำ เราเป็นรัฐด่านหน้า เราเป็นเพื่อนบ้านกับเมียนมา จึงอยากเห็นสันติภาพในเมียนมาที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวม”นายสีหศักดิ์ กล่าว.



