กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจและสะท้อนใจใครหลายคนในช่วงเทศกาลรวมญาติ เมื่อนักแสดงสาวสายธรรมะ “โบวี่-อัฐมา ชีวนิชพันธ์” ได้ออกมาโพสต์เปิดใจผ่านโซเชียลมีเดียถึงเบื้องลึกความสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ โดยเธอเปรียบเทียบความสัมพันธ์กับคุณแม่ในอดีตว่าเป็นเหมือน “เจ้ากรรมนายเวร” ที่ต้องวนเวียนมาปะทะอารมณ์กันนานถึง 3 ทศวรรษ

โดย โบวี่ เผยว่า “เมื่อแม่คือ “เจ้ากรรมนายเวร”… โบถอดสลักกรรมนี้ได้อย่างไร โดยไม่ต้องรอชาติหน้า? หลายคนอาจจะแปลกใจที่เห็นโบใช้คำนี้ในวันมงคลอย่างตรุษจีน ที่โบกล้าพูดเรื่องนี้ เพราะวันนี้โบรักหม่าม๊าที่สุด และอยากให้ทุกบ้านได้สัมผัสความรักแบบที่โบได้รับตอนนี้ค่ะ

โบเชื่อว่ามี “ลูก” อีกหลายล้านคนในสังคมที่กำลังเผชิญหน้ากับพายุอารมณ์ในบ้าน และรู้สึกอึดอัดจนไม่อยากกลับไปเจอครอบครัว (แม้ในวันรวมญาติแบบนี้) โบเคยเป็นหนึ่งในนั้นค่ะ โบกับหม่าม๊า เราเคยเป็นเหมือนคู่ปรับที่ไม่มีใครยอมใคร ยอมรับว่าหม่าม๊าคือคนที่ทำให้โบเคยเป็นทุกข์มาก จนโบเคยตั้งคำถามว่า “เราเกิดมาเพื่อทำร้ายกันหรือเปล่า?”

ในทางธรรมะ การที่เราต้องมาเกิดใกล้กันขนาดนี้เพื่อจองล้างจองผลาญกันด้วยอารมณ์ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือ “แรงดึงดูดของกรรม” ท่านอาจารย์เคยสอนว่า ยิ่งเคยทำร้ายกันมาแรงเท่าไหร่..ยิ่งอาจทำให้มาเกิดใกล้กันมากเท่านั้น เพื่อจะได้แก้ไขรหัสกรรมต่อกัน โบเองก็รู้สึกผิด..ที่ไม่สามารถทำตัวให้อยู่ร่วมกับหม่าม๊าอย่างเป็นสุขได้ และไม่อยากพกความโกรธนี้ไปจนตาย หรือต้องไปเจอกันใหม่เพื่อแก้แค้นกันต่อในชาติหน้า

สุดท้ายการปะทะกันกว่า 30 ปี เริ่มเปลี่ยนไปหลังจากที่โบเริ่มฝึกวิปัสสนา ตลอดเวลากว่า 6-7 ปี ที่โบได้เข้าคอร์สปฏิบัติวิปัสสนา โดยได้แบ่งบุญจากการปฏิบัติให้หม่าม๊าอยู่อย่างสม่ำเสมอ เมื่อเราส่งพลังงานดีๆ ไปให้ใครมากพอ..สิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นก็คือ… พลังงานที่ส่งกลับมามันเปลี่ยนไป..จากที่เคยแรงใส่กัน หม่าม๊าก็เริ่มซอฟต์ขึ้นเรื่อยๆ จากที่หม่าม๊าเคยเชื่อว่า “คนเป็นแม่ ต้องถูกเสมอ” กลับกลายเป็นคนที่สามารถยอมรับผิดได้ และขอโทษลูกได้ และจากเรื่องที่ไม่เคยจะเข้าใจกัน จู่ๆ หม่าม๊าก็ยอมรับในความแตกต่างทางความคิดมากขึ้น

หม่าม๊ากลายเป็นผู้ Support ชีวิตอย่างแท้จริง..ให้กำลังใจ..ให้ความเข้าใจ..ให้ความรักและความห่วงใย วันนี้โบพูดได้เต็มปากว่าโบ “รักแม่จากหัวใจจริงๆ” ไม่ใช่ทำเป็นเพียงหน้าที่ และความสุขที่โบได้กลับมา คือความสงบสุข ในครอบครัวอย่างแท้จริง ซึ่งเงินกี่ล้านหรือบริษัทที่ยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ซื้อให้โบไม่ได้

“พ่อแม่ไม่มีบุญคุณ ไม่ได้ขอมาเกิด สำหรับบางคนที่ไม่ไหวกับพ่อแม่ จนรู้สึกว่าการเชื่อแบบนี้ จะช่วยทุเลาความเจ็บปวดในใจลงได้บ้าง โบเข้าใจความรู้สึกนั้นดีค่ะ แต่โบอยากชวนมองอีกมุมว่า…การกตัญญู และ การให้อภัย ถ้าไม่อยากทำเพื่อตอบแทนใคร ก็ทำเพื่อปลดล็อกตัวเราเองให้เป็นอิสระจากโซ่ตรวนแห่งกรรมนี้ เมื่อเราส่งออกพลังงานที่ดี กระแสดีๆ ก็จะย้อนกลับมาถึงเรา เหมือนอย่างที่ตัวโบเองได้ลองพิสูจน์แล้วค่ะ”

ตรุษจีนปีนี้ โบขอส่งกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังพยายามถอดรหัสกรรม ในบ้านของตัวเองนะคะ บ้านที่สวยที่สุดไม่ใช่แค่การตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง แต่คือบ้านที่ใจเราอยู่แล้วสงบจริงๆ ค่ะ ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ขอให้ปีนี้เป็นปีแห่งการตื่นรู้และจบกรรมของทุกคนนะคะ”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก โบวี่ อัฐมา ชีวนิชพันธ์