เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2569 สํานักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ได้เผยแพร่เอกสารข่าว ชี้แจงกรณี การใช้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) และบริการตรวจสอบสถานะบัตรประจําตัวประชาชน (Check Card Service) โดยมีเนื้อหาระบุว่า ตามที่ปรากฏข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการขอใช้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) และการให้บริการตรวจสอบสถานะบัตรประจําตัวประชาชนในระบบ Laser ID

สํานักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

1. Laser ID หรือ เลขรหัสกํากับบัตรประจําตัวประชาชน  เป็นเลขที่กรมการปกครองใช้ในการควบคุมการจ่ายบัตรประจําตัวประชาชนที่แจกจ่ายให้กับสํานักทะเบียนอําเภอ สํานักทะเบียนท้องถิ่น กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ ควบคุมและตรวจสอบบัตร เพื่อให้ทราบว่าถูกส่งไปที่ใด ออกบัตรให้กับใคร

“ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนจะอยู่ด้านหน้าบัตรเท่านั้น”

ข้อมูลบนหน้าบัตรเป็นข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในการเปิดเผยข้อมูลจึงเป็นสิทธิของเจ้าของบัตร ตามที่จะให้ความยินยอมของผู้ถือบัตรว่าประสงค์จะใช้ทําการในสิ่งใด

2. การบริการตรวจสอบสถานะบัตรประจําตัวประชาชน (Check Card Service)  การบริการตรวจสอบสถานะบัตรประจําตัวประชาชน มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจําตัวประชาชนใบล่าสุดแบบออนไลน์ ว่าบัตรดังกล่าวมีสถานะปกติ ถูกระงับ หรือถูกยกเลิก (จําหน่าย) เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร การปลอมแปลงข้อมูล และการแอบอ้างสวมสิทธิ์

หน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนที่ได้รับอนุญาตสามารถใช้บริการได้ 2 วิธี ได้แก่

1.ตรวจสอบผ่านเครื่องอ่านบัตร (Chip Card Reader) อ่านข้อมูลจากบัตรประจําตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (chip) และส่งข้อมูลเพื่อตรวจสอบสถานะ ประกอบด้วย เลขประจําตัวประชาชน หมายเลขประจํา chip และ หมายเลขคําขอมีบัตรฯ 2.ตรวจสอบโดยกรอกข้อมูลจากหน้าบัตรและหลังบัตร โดยระบุข้อมูลเลขประจําตัวประชาชน ชื่อตัว ชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด และเลขรหัสกํากับบัตรประจําตัวประชาชน (Laser ID) ให้ครบถ้วน  ซึ่งผลการตรวจสอบทั้ง 2 วิธี จะแจ้งผลให้ทราบว่าบัตรฯ มีสถานะ เป็น ปกติ หรือ ไม่ปกติ เท่านั้น

3. การอนุญาตให้ใช้ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID)  ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) ที่ของกรมการปกครองได้พัฒนาขึ้นภายใต้ชื่อว่า “แอปพลิเคชัน ThaID” มีวัตถุประสงค์เพื่ออํานวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนเพื่อขอรับบริการออนไลน์ได้สะดวก รวดเร็ว ผ่านช่องทางดิจิทัล 

ไม่ต้องเดินทางไปแสดงตน ณ หน่วยงานให้บริการ เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ลดการใช้สําเนาเอกสาร หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนที่ประสงค์ใช้บริการ สามารถยื่นขออนุญาตเชื่อมโยงระบบตามหลักเกณฑ์ที่กรมการปกครองกําหนด

ตามประกาศกรมการปกครอง เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานเอกชนให้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลฯ เล่มที่ 141 ตอนพิเศษ 176 ง ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2567 เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างถูกต้องและมีมาตรฐานเดียวกัน  เมื่อได้รับการอนุญาตให้ใช้งานตามหลักเกณฑ์แล้ว หน่วยงานรัฐหรือเอกชน จึงจะสามารถพัฒนาระบบเพื่อมาเชื่อมต่อกับ ThaID เพื่อใช้งานต่อไปได้

สํานักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ขอชี้แจงว่า ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรและบัตรประจําตัวประชาชน เป็นข้อมูลสําคัญและเป็นความลับตามกฎหมาย โดยอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 17  ซึ่งกําหนดให้การเปิดเผยหรือการนําข้อมูลไปใช้ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกําหนดเท่านั้น

นอกจากนี้ ตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 49-50 ข้อมูลทะเบียนราษฎรถูกจัดเป็น โครงสร้างพื้นฐานสําคัญทางสารสนเทศ (Critical Information Infrastructure: CII) ของประเทศ จึงต้องมีมาตรการดูแลและควบคุมความปลอดภัยในระดับสูงสุด

ดังนั้น ข้อมูลดังกล่าว ไม่สามารถเปิดเผยให้หน่วยงานหรือองค์กรใดได้เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล เป็นไปเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงของรัฐ ใช้ในการดําเนินคดี การพิจารณาคดี หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายให้อํานาจไว้  ทั้งนี้ ไม่ว่าในกรณีใด การนําข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรไปใช้ต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลและต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

การเข้าถึงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรและข้อมูลบัตรประจําตัวประชาชน “ต้องเป็นผู้ที่มีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายเท่านั้น” และต้องเป็นไปตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างชัดเจน โดยมีการกําหนดสิทธิการเข้าใช้งาน (Access Control) ตามระดับหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละบุคคลหรือหน่วยงาน.