เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่โรงแรมคาร์ลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) เปิดเผยว่า กพท. ได้จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน (Opinion hearing) งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย เพื่อแนะนำ และให้ข้อมูลส่วนที่เป็นสาระสำคัญของโครงการแก่นักลงทุน เพื่อประเมินความสนใจ และสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนของภาคเอกชน พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากนักลงทุน และผู้เกี่ยวข้อง นำไปประกอบการจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ต่อไป

นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า โครงการฯ ศึกษาความเหมาะสม เลือกเส้นทาง และรูปแบบโครงสร้างแล้วเสร็จ จากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนใน จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี พบว่า มีเสียงตอบรับดีมาก ประชาชนกว่า 95% เห็นด้วยกับโครงการฯ กทพ. ยืนยันจะเดินหน้าโครงการนี้จริงจัง แม้จะมีความยาก เนื่องจากวงเงินลงทุนค่อนข้างสูง 74,044 ล้านบาท แต่มีความคุ้มค่าด้านเศรษฐกิจ ซึ่งผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ (EIRR) อยู่ที่ 15.58 ส่วนผลตอบแทนด้านการเงิน (FIRR) อยู่ที่ -0.31 ไม่คุ้มค่า แต่ กทพ. มองว่าโครงการฯ นี้ หากเกิดขึ้น จะเกิดประโยชน์กับประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา

อีกทั้งยังมีความสำคัญกับประเทศด้วย ซึ่งที่ผ่านมา 3 จังหวัดนี้สร้างรายได้ให้กับประเทศมากกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี แต่หากมีทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย คาดว่าในช่วง 30 ปี จะสร้างรายได้ให้ประเทศเพิ่มเป็น 4 แสนล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตามเบื้องต้นการลงทุนโครงการฯ จะเป็นรูปแบบเอกชนร่วมลงทุน(PPP) ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะใช้รูปแบบเดียวกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดยรัฐบาลลงทุนงานโยธา และให้เอกชนลงทุนการดำเนินงาน และบำรุงรักษา (O&M) โดยรัฐจ่ายคืนค่างานโยธาให้เอกชนภายหลัง ทั้งนี้ กทพ. อยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มความน่าสนใจในการดึงเอกชนมาร่วมลงทุน อาทิ การนำพื้นที่จุดพักรถ(Rest Area) ขนาด 2,480 ตารางเมตร(ตร.ม.) เข้ามารวมในสัญญาสัมปทาน

นายสุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ปกติเอกชนมักสนใจโครงการที่ผลตอบแทนด้านการเงินมากกว่า 10% ขึ้นไป ซึ่งโครงการทางด่วนภูเก็ต ของ กทพ. ที่เปิดประมูลก่อนหน้านี้ FIRR อยู่ที่ 8% ก็ไม่มีเอกชนรายใดสนใจ กทพ. จึงต้องลงมือก่อสร้างเอง แม้จะไม่มีกำไร แต่เป็นเรื่องความปลอดภัยของประชาชน เราก็ต้องทำ อย่างไรก็ตามสำหรับโครงการทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย กทพ. พร้อมมากในแง่ของการก่อสร้าง ส่วนแหล่งเงินทุนต้องให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง และกระทรวงคมนาคม รวมทั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.) เป็นผู้พิจารณา ซึ่งจะเร่งเสนอโครงการให้ ครม. ชุดใหม่พิจารณาได้ภายในปี 2569 โดย กทพ. จะเจรจากับรัฐบาล เพื่อให้นำเงินมาสนับสนุนงานโยธา เหมือนกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรีให้กับประชาชน อีกทั้งโครงการนี้ยังช่วยลดต้นทุนให้กับหน่วยงานด้านสาธารณูปโภคของรัฐ ที่เดิมต้องใช้เงินลงทุนนับหมื่นล้านบาทในการทำสาธารณูปโภคลอดใต้น้ำ และรัฐยังได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากค่าเช่าพื้นที่บนสะพานด้วย

นายสุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า เมื่อได้ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากเอกชนแล้ว คาดว่า กทพ. จะสามารถสรุปรูปแบบการร่วมลงทุน และทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) เสนอให้คณะกรรมการ(บอร์ด) กทพ. กระทรวงคมนาคม และครม. พิจารณาภายในปี 2569 จากนั้นจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ตั้งคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 เพื่อคัดเลือกเอกชน เริ่มก่อสร้างปี 2571 เปิดบริการปี 2576 ทั้งนี้โครงการฯ มีวงเงินลงทุนรวม 74,044 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 1,628 ล้านบาท ได้รับผลกระทบ 277 แปลง อาคารและสิ่งปลูกสร้าง 45 หลัง ค่าก่อสร้าง 63,275 ล้านบาท ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 1,582 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และบำรุงรักษาโครงการ 7,559 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ มีผู้แทนจากสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย และสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ติงในเรื่องการออกแบบสะพานที่ไม่มีความสวยงาม ควรมีเสน่ห์ และมีอัตลักษณ์ของพื้นที่ให้มากกว่านี้ เพื่อให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่ของภาคใต้ และประเทศไทย แม้ว่าจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเพิ่มขึ้น แต่จะเป็นประโยชน์ทางอ้อมในการส่งเสริมการท่องเที่ยว.



