เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 69 นายโดม จันทร์สุวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เปิดเผยว่า ระบบตรวจจับการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินด้วยดาวเทียม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตรวจพบร่องรอยการเปิดพื้นที่ใหม่ ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เมื่อเดือน พ.ย. 68 จำนวน 55 แปลง กระจายโดยทั่วพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จึงสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ 3 หน่วยได้แก่ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (หน่วยพญาเสือ) และสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยใช้อากาศยานไร้คนขับ (UAV)

จากการตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 55 แปลง พบว่ามีการบุกรุกขยายพื้นที่เพิ่มเติมจากแปลงสำรวจการครอบครองตามมาตรา 64 บุกรุกเพิ่มเติมจากแปลงที่ดินที่เคยถูกดำเนินคดี และมีการเปิดพื้นที่ใหม่เมื่อไม่นานมานี้

โดยเมื่ออุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมได้ข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศจากการปฏิบัติการบินด้วยอากาศยานไร้คนขับในครั้งนี้ จะดำเนินการตรวจสอบภาคพื้นดินเพื่อยืนยันข้อมูล และจะทำการตรวจยึดหรือจับกุมกับผู้กระทำผิด โดยเด็ดขาดต่อไป

ทั้งนี้ พื้นที่ที่มีการบุกรุกใหม่ หลังปี 2557 ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการตาม ม.64 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ได้ การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหลายฐาน ได้แก่
1.ฐาน “ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ม.54 ประกอบม.55 และ 72 ตรี
2.ฐาน ยึดถือหรือครอบครองที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปจากเดิม ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามความในม.19(1) ประกอบม.41 วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562
3.ฐาน กระทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพ ดิน หิน กรวด ทราย หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่นหรือกระทำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามความในม.19(2) ประกอบม.42 แห่งพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562
4.ฐาน เข้าไปดำเนินกิจการใด ๆ เพื่อหาผลประโยชน์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามความในม. 19(6) ประกอบม.44 แห่งพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562
5.ฐาน ผู้ใดกระทำการหรืองดเว้นกระทำการไม่ว่าจงใจหรือประมาทเลินเล่อโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ หรือสวนรุกขชาติ ผู้นั้นต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น ตามความในม.40 แห่งพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562
6.ฐาน การก่อสร้างดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามความใน ม.21 ประกอบ ม.65 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522
ในส่วนค่าเสียหายของรัฐตาม ม.40 วรรคสาม พ.ร.บ.อุทยานฯ จะได้ทำการคิดค่าเสียหายของรัฐนำส่งพนักงานสอบสวนในภายหลังต่อไป.



