สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ว่า จากกรณีที่ตำรวจของสหราชอาณาจักรจับกุมนายแอนดรูว์ เมาต์แบตเทน-วินด์เซอร์ หรืออดีตเจ้าชายแอนดรูว์ พระราชอนุชาในสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ฐานต้องสงสัยประพฤติมิชอบระหว่างดำรงตำแหน่งหน้าที่ราชการ


แม้ตอนนี้นายแอนดรูว์ เมาต์แบตเทน-วินด์เซอร์ “ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการสอบสวน” แต่เรื่องนี้ถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นครั้งแรกในรอบ เกือบ 4 ศตวรรษ ซึ่งสมาชิกระดับสูงหรืออาวุโสในราชวงศ์วินด์เซอร์ถูกจับกุม


ก่อนหน้ากรณีของนายแอนดรูว์ เมาต์แบตเทน-วินด์เซอร์ สมาชิกราชวงศ์พระองค์สุดท้ายซึ่งถูกจับกุมคือ สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 1 เมื่อปี 2190 โดยพระองค์ทรงถูกกองกำลังฝ่ายต่อต้านจับกุมในช่วงสงครามกลางเมือง ก่อนถูกนำตัวขึ้นศาล และพระองค์ทรงถูกประหารชีวิต ด้วยการตัดพระเศียร เมื่อปี 2192


ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมามีสมาชิกราชวงศ์หลายพระองค์ทรงเคยมีคดีความเช่นกัน แต่ทรงไม่เคยถูกจับกุม อาทิ เจ้าฟ้าหญิงแอนน์ ทรงเคยถูกตั้งข้อหาและขึ้นศาล เมื่อปี 2545 กรณีสุนัขทรงเลี้ยงกัดเด็ก ซึ่งพระองค์ทรงไปรับทราบข้อหาที่ศาลด้วยพระองค์เอง และทรงชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายตามกฎหมาย


ส่วนเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเคยเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปี 2562


เกี่ยวกับกรณีของนายแอนดรูว์ เมาต์แบตเทน-วินด์เซอร์ การที่ตำรวจสามารถเข้าไปจับกุมและควบคุมตัวได้นานเกือบ 12 ชั่วโมงในเบื้องต้นนั้น เป็นผลจาการถูกถอดพระยศและฐานันดรศักดิ์ทั้งหมด เมื่อช่วงปลายปี 2568


ขณะที่ข้อหา “ประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่ราชการ” โดยเฉพาะการเผยแพร่ข้อมูลลับทางราชการให้กับบุคคลภายนอก คือนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน ซึ่งเป็นอาชญากรคดีทางเพศชาวอเมริกัน ถือเป็นคดีอาญาร้ายแรง ซึ่งตำรวจสามารถขอหมายจับ และนำตัวมาสอบสวนในฐานะผู้ต้องสงสัยได้ทันที.

เครดิตภาพ : REUTERS