รศ.ดร.เวทย์ บรรณกรกุล อาจารย์ประจำมหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย กล่าวว่า จากภาวะลดลงของสามเณรในประเทศไทย ข้อมูลเมื่อปี 2568 สามเณรมีจำนวน 32,227 รูป มีอัตราลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 ที่มีจำนวน 59,587 รูป ยังไม่ครบ 10 ปี ลดลงไปเกือบครึ่ง และภายใน 10 ปี นับจากนี้ไป อาจจะเห็นตัวเลขสามเณรในประเทศไทย อยู่ในหลักพันรูป เพราะภาวะประชากรไทยในปี 2568 เข้าสู่ภาวะวิกฤตเด็กเกิดใหม่ต่ำสุดในรอบ 76 ปี ส่งผลให้ประชากรโดยรวมลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ขณะที่ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นสูงกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมดแล้ว กล่าวคือประเทศไทยเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ ดังนั้นจะทำอย่างไรให้ยอดสามเณรลดลงช้าที่สุด หรือให้คงอยู่ที่ประมาณ 30,000 รูปให้นานที่สุด ทั้งต้องรักษาสามเณรศาสนทายาทที่เหลืออยู่นี้ให้ได้รับการดูแลเอาใจใส่ดีที่สุดทุกด้าน การเป็นอยู่ การศึกษาเล่าเรียน เพื่อยืดระยะเวลาให้อยู่ในพระศาสนายาวนานขึ้น ให้สามเณรเติบโตเป็นผู้นำสงฆ์ที่ดี ทั้งนี้ พระพุทธองค์ทรงแนะแนวทางไว้แล้ว 2 แนวทาง คือ คันถธุระและวิปัสสนาธุระ 2 แนวทางนี้คือ เครื่องมืออุปกรณ์สร้างศาสนทายาท

รศ.ดร.เวทย์ กล่าวต่อไปว่า ดังนั้น พระธรรมวชิราจารย์ รองเจ้าคณะกรุงเทพฯ ผอ.มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทฯ และตนจึงได้สืบสานปณิธานแนวความคิดของ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ อดีตเจ้าคณะใหญ่หนกลาง อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม และอดีตเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม ในการสร้างโรงเรียนสำหรับสามเณร บนเนื้อที่กว่า 170 ไร่ ที่ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อเป็นสถานศึกษาสำหรับสามเณรรูปแบบใหม่ โดยเริ่มจากโครงการเล็กๆ เมื่อปี 2564 ในการหาที่สร้างโรงเรียนสำหรับสามเณร โดยตั้งชื่อว่า โรงเรียนศากยบุตรสามเณรสีหะ Pali English Program ต่อมาได้เป็น วิทยาลัยบาลีเถรวาทศากยบุตรสามเณรสีหะ และท้ายสุด น้อมรับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย” เฉลิมพระเกียรติ ในพระราชวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 70 พรรษา ในปี 2565 จัดสร้างเพื่อสนองพระราชปุจฉา เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2564 ที่จะส่งเสริมการเรียนการสอนพระบาลีอย่างไรให้เข้าถึงพระไตรปิฎก และเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2565 และได้ทรงมีพระราชศรัทธาพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สมทบสร้าง 100 ล้านบาท

รศ.ดร.เวทย์ กล่าวอีกว่า เพื่อให้ภาระกิจงานในการดำรงรักษาเสริมสร้างพัฒนาสามเณรศาสนทายาท ให้เป็นไปตามแนวทางที่เริ่มมาตั้งแต่ต้นว่าจะเปิดการเรียนการสอนหลักสูตร Pali English Program สร้างศาสนทายาทตั้งแต่เยาว์วัย ให้เข้าถึงพระไตรปิฎกอย่างจริงจัง ฝึกอบรมจิต เจริญปัญญา ด้วยพระกรรมฐานเผยแผ่พระศาสนาสู่สากล เป็นสถานศึกษา International Pali Siha Samanera King College สำหรับสามเณรแห่งแรกในประเทศไทย สนองพระราชปุจฉาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อให้การแบ่งส่วนงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับภารกิจของมหาวิทยาลัย สามารถตอบสนองต่อการดำเนินงานตามแผนการพัฒนามหาวิทยาลัยในปัจจุบัน จึงเห็นสมควรแบ่งส่วนงานของมหาวิทยาลัยเพิ่มเติม โดยมีการระบุ โรงเรียนศากยบุตรสามเณรสีหะ ในประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนงาน (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2568 ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 ก.พ.2569 ทั้งนี้ โรงเรียนศากยบุตรสามเณรสีหะ จะรับยุวชนจบชั้นป.6 บรรพชา เรียนสอนหลักสูตรบาลีขั้นพื้นฐานด้วยภาษาอังกฤษ จบแล้วเทียบเท่าชั้นม.6 เข้าศึกษาต่อปริญญาตรี บาลีพุทธศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ English Program โดยในปัจจุบันมีสามเณรกำลังศึกษาที่โรงเรียนศากยบุตรสามเณรสีหะ จำนวน 130 รูป และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานถวายภัตตาหารเช้า เพล และน้ำปานะ สามเณรทุกรูป ทุกวันด้วย

พระธรรมวชิราจารย์ รองเจ้าคณะกรุงเทพฯ ผอ.มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทฯ กล่าวว่า จากสภาพการณ์ที่จำนวนสามเณรศาสนทายาทลดลงแบบน่าใจหาย สาเหตุหลักไม่ใช่เพราะเด็กไทยไร้ศรัทธา เพราะช่วงภาคฤดูร้อนเดือนมี.ค.-เม.ย. ยังมีผู้ปกครองนำยุวชนเข้ามาบวชอบรมประสงค์จะเรียนต่อในเพศบรรพชิตเพิ่มใหม่หลายพันรูป หรือ อาจจะถึงหลักหมื่นรูปด้วย อาจจะด้วยความประสงค์จะเห็นชายผ้าเหลือง ได้เก็บภาพบุตรหลานบวชสามเณรช่วงเวลาปิดภาคฤดูร้อน พอจบโครงการก็ลาสิกขา โดยที่ผู้ปกครองและยุวชนส่วนมาก ที่ยังพอมีฐานะมีสิทธิเลือกสถานศึกษาก็ลาสิกขาไป แต่มีไม่น้อยเลยที่เลือกเส้นทางบวชเรียนต่อ ซึ่งกลุ่มนี้แหละ คือ สมเด็จพระราชาคณะ สมเด็จพระสังฆราชของเราในอนาคต เด็กๆ เหล่านี้ คือ สามเณรศาสนทายาทที่เหลืออยู่ จึงต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ดีที่สุดทุกด้าน การเป็นอยู่ การศึกษาเล่าเรียน เพื่อยืดระยะเวลาให้อยู่ในพระศาสนายาวนานขึ้น