สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล ว่าหลังทบทวนคำตัดสินของศาลฎีกา “ซึ่งมีความต่อต้านอเมริกาอย่างร้ายแรง” เนื่องจากเป็นการฉุดรั้งมาตรการภาษีดั้งเดิม เขาจึงตัดสินใจปรับขึ้นค่าธรรมเนียมนำเข้ารอบใหม่ ไปสู่ระดับ 15% “และมีผลทันที” ซึ่งทรัมป์ยืนยันว่า เป็นระดับที่ได้รับอนุญาตอย่างเต็มที่และผ่านการทดสอบทางกฎหมายแล้ว


ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ประกาศอัตราเรียกเก็บไว้ที่ 10% และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าฉบับปี 2517 ซึ่งเป็นการให้อำนาจผู้นำสหรัฐสามารถจัดการกับวิกฤติเศรษฐกิจ ที่เกิดจากการขาดดุลชำระเงินอย่างรุนแรง หรือเพื่อป้องกันไม่ให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วเกินไป จนกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ


ภายใต้มาตรา 122 ผู้นำสหรัฐสามารถสั่งเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติม ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 15% ของราคาสินค้า สามารถสั่งจำกัดการนำเข้าหรือใช้ทั้งภาษีและโควตาร่วมกันได้


อย่างไรก็ตาม กฎหมายอนุญาตให้บังคับใช้มาตรการนี้ได้เพียง 150 วัน หรือประมาณ 5 เดือนเท่านั้น หากต้องการใช้ต่อเกิน 150 วัน ผู้นำสหรัฐ “ต้องได้รับการอนุมัติ” จากสภาคองเกรส หรือต้องออกกฎหมายฉบับใหม่มารองรับ


ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังคงมีข้อยกเว้นบางประการสำหรับอัตราภาษีใหม่ 15% ได้แก่ กลุ่มสินค้าเฉพาะที่ระหว่างการตรวจสอบแยกต่างหาก เช่น ยาและเวชภัณฑ์ สินค้านำเข้าภายใต้ข้อตกลงการค้าไตรภาคีสหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา (ยูเอสเอ็มซีเอ) และภาษีสินค้าเฉพาะกลุ่มที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ เช่น เหล็ก และอะลูมิเนียม.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES