ถือเป็นประเด็นร้อนเขย่าวงการแต่ก็เจอย้อนศรกลับจากคนกันเองอย่างหลานสาว  น้าชาติ”  พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี อย่าง แก้วตา” ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน  คนเคยรักของพรรคส้มออกมสาวไส้ยับ แฉแหลกปมการบริหารจัดการภายในพรรค ที่สำคัญคือประเด็นร้อนกล่าวหามีการใช้ชั้น 3-4 อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคประชาชน เป็นฐานปฏิบัติการ IO พรรคส้ม

จนแกนนำพรรคต้องพาสื่อทัวร์ พิสูจน์ความจริงว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ทำงานของ บริษัทสเปกเตอร์ ซี” ซึ่งรับทำสื่อประชาสัมพันธ์ให้พรรคประชาชนเท่านั้น  โดยเฉพาะ ช่อ’ พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ย้อนที่มาของบริษัทดังกล่าวว่าตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับทีมงานหลังยุบพรรคอนาคตใหม่  ไม่ได้มีการใช้เงินบริจาค หรือเงินกองทุนพัฒนาการเมืองของ กกต. มาใช้จ้างพนักงาน

“ตามด้วยติดเรื่อง Laser ID หลังบัตรประชาชน” ซึ่งในการสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาชน ต้องมีการกรอกข้อมูลในส่วนนี้ด้วย จึงทำให้ถูกตั้งคำถามว่าพรรคการเมืองสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนได้หรือไม่ ซึ่งพรรคประชาชนได้ออกแถลงการณ์ว่าที่ผ่านการขอเลเซอร์ ไอดี ใช้เพื่อยืนยันตัวตนกับกรมการปกครองเท่านั้น ไม่ได้มีการเก็บข้อมูลในส่วนนี้ไว้ และได้รับอนุญาตจากกรมการปกครองมาตั้งแต่สมัยพรรคประชาชน และพรรคก้าวไกล ในส่วนของพรรคประชาชนอยู่ระหว่างการขออนุญาตเชื่อมข้อมูลไปแล้ว  และอยู่ในช่วงขั้นตอนท้ายๆ ก่อนจะเสร็จสมบูรณ์ เมื่อมีข้อท้วงติงพรรคจึงนำเรื่องการกรอกเลเซอร์ ไอดี ออกจากขั้นตอนการสมัครสมาชิกชั่วคราว จนกว่าการเชื่อมกับบริการข้อมูลของกรมการปกครองจะเสร็จสมบูรณ์

เรื่องนี้ก็เข้าทางนักร้องทันที  พี่ศรี” ศรีสุวรรณ จรรยา  ประธานองค์การรักชาติรักแผ่นดิน รุดยื่นหนังสือกกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้ยุบพรรคประชาชน รวบตึงทั้งกรณีที่ แก้วตา” เปิดประเด็น IO เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองผ่านบริษัท สเปกเตอร์ ซี  อาจเข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และกรณีการขอข้อมูลเลเซอร์ ไอดี  ตัวเลข 12 หลักหลังบัตรประชาชนถือเป็นข้อมูลลับและข้อมูลส่วนตัว การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดในรัฐธรรมนูญ มาตรา 32 ประกอบมาตรา 25 ที่ห้ามบุคคลใดนำข้อมูลส่วนบุคคล ไปแสวงหาผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น ที่นำไปสู่การยุบพรรคการเมืองได้ 

ทั้ง 2 กรณีถือเป็นเรื่องใหญ่ที่พรรคส้มต้องฝ่าด่านเคราะห์ที่รออยู่ในอนาคต ยังไม่รวมกับเคราะห์หนักที่อาจมาถึงก่อนคือกรณี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  ชี้มูลความผิดคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกลเข้าชื่อเสนอแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมส่งต่อให้ศาลฎีกาวินิจฉัยภายใน 30 วันนับจากวันที่มีมติชี้มูลความผิด  

หากผิดจริงเสี่ยงถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต ซึ่งจะทำให้แกนนำพรรคส้มตั้งแต่ หัวหน้าเท้ง”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 และแกนนำตัวจี๊ดทั้งหลายร่วงระนาว

สถานการณ์การเมืองในช่วงเวลานี้จึงเป็นเกมร้อนบอนไซพรรคส้ม แม้ไม่ตายแต่ก็ถูกสกัดการเจริญเติบโต  อย่างไรก็ตามต้องไม่ลืมว่าคนพันธุ์ส้มเป็นดีเอ็นเอพันธุ์ใหม่พร้อมวิ่งสู้ฟัดอยู่แล้ว จึงต้องจับตาทางหนีทีไล่ของพรรคประชาชนว่าเตรียมความพร้อมสำหรับการผลัดใบใหม่ครั้งนี้อย่างไร.