สถานการณ์การเมืองในตอนนี้ แม้ว่า “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะประกาศว่าอยู่ครบเทอม แต่บรรดาพรรคการเมืองต่างฟันธงสวนทางว่า เรือเหล็กจะแล่นไปไม่ถึงฝั่ง เห็นได้จากแต่ละพรรคการเมืองระดมคนลงพื้นที่กันเป็นจำนวนมาก ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลรวมถึงพรรคการเมืองน้องใหม่อีกจำนวนมาก

โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้กำหนดไทม์ไลน์ชะตาชีวิตของรัฐบาลเรือเหล็กไว้ว่า “การเลือกตั้งใหม่อาจเกิดขึ้นในช่วงหลังเดือน มี.ค. 65 หรือระหว่างเดือน มี.ค.-ก.ค. 65 เนื่องจากมีการเร่งรัดทำร่างรัฐธรรมนูญ และประกาศใช้แล้วในระบบเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ รวมทั้งขั้นตอนการทำกฎหมายลูก ทราบว่าจะทำให้เสร็จเร็วที่สุดใน 2 เดือน ถ้าไม่ใช่ช่วงเดือน มี.ค.-ก.ค. ก็อาจเป็น ส.ค. 65 เพราะ “บิ๊กตู่” จะขาดคุณสมบัติดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีห้ามดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเกิน 8 ปีมิได้”

ก่อนที่จะถึงช่วงนั้น…รัฐบาลเรือเหล็กที่ว่าแน่กลับต้องเจอแรงขย่มอยู่เนือง ๆ ทั้งปัญหารอยร้าวภายในพรรคพลังประชารัฐ และการเคลื่อนไหวของกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น ที่ทำให้ “บิ๊กตู่” ปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน แต่อย่าลืมไปว่าในอนาคตอันใกล้ “บิ๊กตู่” จะต้องเจอกับระเบิดเวลา ที่รอปะทุอยู่ถึง 3 ลูก

โดยระเบิดเวลาลูกแรก คือ ศึกซักฟอกที่ฝ่ายค้านจ้องจองกฐินมาตั้งแต่เนิ่น ๆ กับการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 รุมถล่มการบริหารราชการที่ผิดพลาดของรัฐบาล ทางการบริหารสถานการณ์โควิด-19 ที่ล้มเหลว เศรษฐกิจประเทศตกต่ำและไม่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ซึ่งตั้งแต่เดือน ม.ค. 2565 รัฐบาลจะต้องเจอกับศึกนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ระเบิดเวลาลูกต่อมา คือ พ.ร.บ.งบประมาณปี 66 ที่กำลังจะเข้าสภา ในปีหน้า ท่ามกลางการประชุมสภา แบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ ปิดประชุมสภา หนีประชุมสภา อยู่บ่อยครั้งเพราะองค์ประชุมโหวงเหวง ขณะเดียวกันรัฐบาลชุดนี้เพิ่งจะขยายเพดานหนี้สาธารณะไปและมีการใช้เงินกู้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากเงินคงคลังไม่พอใช้จากสถานการณ์วิกฤติที่ผ่านมาอีกทั้งสิ่งที่ใช้เงินลงไปก็ไม่ได้เกิดประโยชน์กับประชาชนในระยะยาวเป็นเพียงแค่น้ำซึมบ่อทราย ซึ่งก็เปิดช่องให้ฝ่ายค้านโจมตีถึงความศรัทธาของประชาชนต่อรัฐบาลได้ และจะมีผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ส่วนระเบิดเวลาลูกสุดท้ายกับข้อครหากับประเด็นการอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของ “บิ๊กตู่” ที่ใกล้วาระ 8 ปีในเดือน ส.ค. ปี 2565 โดยยกรัฐธรรมนูญมาตรา 158 วรรคสี่ บัญญัติว่า “นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตำแหน่ง” รวมถึงมาตรา 264 ที่ระบุ “ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ด้วย” ซึ่งตีความได้อีกนัยหนึ่งว่าต้องนับอายุดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ “บิ๊กตู่” ตั้งแต่สมัยรัฐบาล คสช.ปี 2557 ซึ่งต้องดูท่าทีของรัฐบาลว่าจะแก้ไขปมนี้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ “บิ๊กตู่” ยืนยันมาตลอดว่าจะอยู่ครบเทอม 4 ปี

ท้ายที่สุดระเบิดเวลาทั้ง 3 ลูก จะเป็นระเบิดเวลาที่รอการปะทุ หรือจะเป็นระเบิดด้านที่สามารถเก็บกู้มาได้ ก็อยู่ที่น้ำยาของรัฐบาลเรือเหล็ก ยิ่งช่วงใกล้ครบเทอมของการคงอยู่ของรัฐบาลชุดนี้ เสถียรภาพและความเชื่อมั่นของรัฐบาลต่อประชาชนคือสิ่งสำคัญที่สุด พอจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สามารถเอาชนะในการเลือกตั้งในครั้งต่อไปได้.