ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อดีตหัวหน้าโครงการวิจัยปกป้องผลประโยชน์ชาติตามแนวชายแดน อดีตผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก กรมกิจการพลเรือนทหารบก ศิษย์เก่าด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ (JCS – Pentagon) มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ สหรัฐอเมริกา โพสต์เรื่อง เกมรบไทย–กัมพูชา 2026: 4 สมรภูมิที่คนไทยต้องเข้าใจ ก่อนจะเชียร์ผิดจุด ผ่านเฟซบุ๊ก มิสเตอร์ จิม เนื้อหาระบุว่า

ผมขอชวนคุยกันตรง ๆ นะครับว่า เกมไทย–กัมพูชา บนเวที UN ครั้งนี้ เรากำลังสู้กันเรื่องอะไรแน่? …หลายคนอาจคิดว่านี่คือเรื่องชายแดน เรื่องทหาร หรือเรื่องเครื่องบิน F-16 แต่ผมอยากชวนคิดอีกมุมหนึ่งครับว่า แท้จริงแล้วนี่คือ “เกมความน่าเชื่อถือ” บนเวทีโลก

ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา

เวที UN ไม่ได้ตัดสินด้วยเสียงดัง
ตอนนี้ประเด็นถูกหยิบขึ้นไปพูดในเวที United Nations Human Rights Council (UNHRC) ที่เจนีวา ผมอยากให้เข้าใจง่าย ๆ แบบนี้ครับว่า UNHRC ไม่ใช่ศาลที่เขาจะตัดสินว่าใครผิดใครถูกในทันที แต่หน้าที่ของเขาคือ “ฟัง บันทึก และประเมิน” แล้วโลกก็จะมองว่า ประเทศไหนพูดด้วย “หลักฐาน” และประเทศไหนพูดด้วย “อารมณ์”

เรื่อง F-16… ต้องแยกให้ออก
ท่ามกลางข้อกล่าวหาว่าไทยใช้กำลังเกินกว่าเหตุ เราต้องกลับมาดูข้อเท็จจริงว่า: มีคำตัดสินหรือยัง? คำตอบคือ “ยัง”  , มีหลักฐานที่ตรวจสอบร่วมกันหรือยัง? คำตอบคือ “ยังอยู่ในกระบวนการ” …ในเกมแบบนี้ ถ้าเราโกรธก่อน เราแพ้ก่อน สิ่งเดียวที่ชนะได้คือ “ข้อมูลที่ตรวจสอบได้” เท่านั้นครับ

ทำไมบทบาทของ “คุณสีหศักดิ์” ถึงสำคัญ?
ผมขออธิบายแบบบ้าน ๆ ครับว่า เวที UN ไม่เหมือนเวทีปราศรัย แต่มันเหมือนโต๊ะประชุมที่ทุกคำพูดมีน้ำหนัก คนที่เข้าใจระบบจะรู้ว่าอะไรควรพูด อะไรควรเก็บ และอะไรควรเจรจานอกรอบ ซึ่งจะทำให้เราได้เปรียบ

คุณสีหศักดิ์ พวงเกตแก้ว คือคนที่อยู่ในระบบพหุภาคีมานาน เข้าใจวิธีคิดของนักการทูตทั่วโลก และในเวทีแบบนี้ “ความนิ่ง” สำคัญกว่า “ความแรง” ครับ

แล้วเรื่องเผาป่าล่ะ?
นี่แหละครับคือจุดที่คนไทยหลายคนมองข้าม โลกวันนี้ไม่สนแค่ว่าใครยิงก่อน แต่เขาถามว่า: ใครทำให้ป่าหาย?  ใครทำให้ควันลอยข้ามแดน? ใครทำลายระบบนิเวศ?

ถ้ามีการเผาป่าเพื่อเหตุผลทางยุทธศาสตร์จริง ไม่ว่าฝ่ายไหน มันจะไม่ใช่แค่เรื่องทหารอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อมโลก เรื่อง Climate Change และความรับผิดชอบต่อมนุษยชาติ ซึ่งประเด็นสิ่งแวดล้อมมักกระทบภาพลักษณ์ประเทศแรงกว่าปืนเสียอีก

4 สมรภูมิที่เรากำลังสู้กัน
ผมมองว่าการรักษาความน่าเชื่อถือในครั้งนี้ เราต้องคุม “เรื่องเล่า” ให้ครบทั้ง 4 ด้าน:

  1. เวที UN
  2. พื้นที่ชายแดนจริง
  3. โต๊ะเจรจารัฐบาล
  4. เวทีสิ่งแวดล้อมโลก

คำถามที่สำคัญที่สุด
ไม่ใช่ว่าใครรักชาติกว่ากัน หรือใครเสียงดังกว่า แต่คือ “ประเทศไหนโปร่งใสกว่า? พร้อมให้ตรวจสอบมากกว่า? และยึดกฎหมายมากกว่า?” โลกเขาดูตรงนี้ครับ

ผมเชื่อว่าประเทศไทยจะไม่ชนะเพราะเสียงดังที่สุด แต่เราจะชนะถ้า: มีหลักฐานที่เปิดเผยได้ มีนักการทูตที่เข้าใจระบบ ใช้กฎหมาย ไม่ใช้อารมณ์ วางเรื่องในกรอบความรับผิดชอบต่อโลก

สรุปแล้ว เกมนี้ไม่ใช่เกมโกรธ แต่คือเกม “ความน่าเชื่อถือ” และความนิ่ง + ความแม่นยำ คือพลังที่แท้จริง ชวนคิดกันครับ เพราะบางครั้งการปกป้องประเทศไม่ใช่การตะโกน แต่คือการยืนให้มั่นด้วยความจริงที่พิสูจน์ได้