เมื่อวันที่ 24 ก.พ. นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากสถานการณ์สัตว์ป่วยและตายผิดปกติในจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบกับขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูนกอพยพ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonotic diseases) หลายชนิด กรมควบคุมโรคได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จากการประสานข้อมูลในเบื้องต้น พบว่ามีสวนสัตว์และสถานที่เลี้ยงเสือและสิงโตที่ขึ้นทะเบียนและได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 21 แห่งทั่วประเทศ จึงได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันควบคุมโรค (สคร.) ทุกเขต ประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หน่วยงานปศุสัตว์ อุทยานฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และและภาคีต่าง ๆ ภายใต้เครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) ดำเนินการติดตาม เฝ้าระวังเหตุการณ์ผิดปกติทั้งในสัตว์และคนอย่างใกล้ชิด พร้อมสื่อสารมาตรการป้องกันควบคุมโรคแก่ประชาชนอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับกรณีเสือป่วยตายในจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้ได้ดำเนินการสอบสวนโรค คัดกรอง และติดตามผู้สัมผัสเสี่ยง รวมจำนวน 108 คน โดยผ่านมาประมาณ 1 สัปดาห์ ยังไม่พบผู้มีอาการผิดปกติ ทุกคนได้รับการติดตามสุขภาพโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกวันตามแนวทางที่กรมควบคุมโรคกำหนด และจะครบระยะเฝ้าระวังประมาณวันที่ 7 มี.ค. 2569 หากไม่พบสัตว์ป่วยหรือผู้ป่วยเพิ่มเติม สถานการณ์จะถือว่าอยู่ในวงจำกัด

นพ.มณเฑียร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังไม่พบการป่วยในคนจากเหตุการณ์ดังกล่าว และประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวังที่เชื่อมโยงข้อมูลด้านคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบตามแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนไม่ประมาท โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการสัมผัสสัตว์ สัตว์ปีก ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ทั้งสัตว์ป่วยและไม่ป่วย รวมถึงการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม

ด้านนายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ที่เดินทางไปยังฟาร์ม สวนสัตว์ หรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ควรป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม โดยล้างมือบ่อย ๆ สวมหน้ากากอนามัยเมื่อจำเป็น หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สัตว์ที่มีอาการป่วย หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วยหรือตายสัตว์โดยตรง หากจำเป็นต้องสัมผัส ควรสวมถุงมือ หน้ากากอนามัย และล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลทุกครั้ง ไม่นำซากสัตว์มาชำแหละหรือประกอบอาหาร และรับประทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาด หากมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก ตาแดง หรืออาการผิดปกติภายใน 14 วันหลังสัมผัสสัตว์ป่วยหรือตายผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสอย่างละเอียด

ด้าน พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค และโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรณีที่เสือตายจำนวนมากนั้น ทางกรมปศุสัตว์ระบุว่า เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หัดสุนัข แต่ในส่วนของกรมควบคุมโรคนั้น เราจะดำเนินการตรวจสอบและเฝ้าระวังในกลุ่มผู้สัมผัสสัตว์ป่วยตาย ซึ่งมีหลายโรคที่สามารถติดจากสัตว์สู่คนได้ ซึ่งที่เราเน้นย้ำเป็นพิเศษตอนนี้คือการเฝ้าระวังไข้หวัดนก (H5N1) โดยจากการเฝ้าระวังในกลุ่มผู้สัมผัสกับเสือที่ตายนั้น ยังไม่พบว่ามีใครมีอาการป่วยทางเดินหายใจแต่อย่างใด ทั้งนี้ในการเฝ้าจะอยู่ที่ 2 สัปดาห์ ยังไม่มีความจำเป็นต้องเก็บสิ่งส่งตรวจ เพราะไม่มีอาการ

เมื่อถามว่า ทางผู้เชี่ยวชาญไวรัสได้มีการโพสต์ข้อความระบุถึงบทเรียนการระบาดของไข้หวัดนกในประเทศไทยเมื่อปี 47-49 เริ่มมาจากการที่มีเสือตายจำนวนมาก โดยมีการติดโรคหัดเช่นกัน แต่สุดท้ายพบว่าเป็นไข้หวัดนก H5N1 เลยกังวล เนื่องจากเหตุการณ์คล้ายกันมาก พญ.จุไร กล่าวว่า จากประสบการณ์การระบาดครั้งนั้น ทำให้เรามีการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น ซึ่งในจำนวนผู้สัมผัสเสือที่ตายนั้น มีเจ้าหน้าที่บางส่วนที่ถือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และแม้ว่าผลตรวจในเสือจะไม่พบไข้หวัดนก แต่เราได้มีการให้ยาต้านไวรัสโอเซลทรามิเวียร์ไปแล้ว เป็นการป้องกันหลังการสัมผัสเชื้อ เป็นหนึ่งในมาตรการป้องกัน แต่ก็ต้องย้ำว่า ตอนนี้ยังไม่มีการพบไข้หวัดนกแต่อย่างใด.